ดฟันกรอดแต่กลับทำอะไรไม่ได้จริง ๆ ทำได้เพียงพยายามเลือกพูดคำที่กำกวมขึ้นมา
นางไม่รู้ว่าหลิวต้าซุ่นพูดอะไรไปบ้าง ได้เพียงหวังว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่โง่เกินไปจนพ่นคำพูดซี้ซั้วออกไปเสียหมด
“อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว ที่จะบอกคือ เริ่มแรกที่แท้ก็เป็นหลิวต้าซุ่นบังคับเจ้าใช่หรือไม่?” เย่อวี๋หรานสรุปออกมาก่อนจะเลิกคิ้ว
“ไม่ใช่ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าแค่จะบอกว่าสถานการณ์ในตอนนั้นจะโทษเขาทั้งหมดก็ไม่ได้…”
เย่อวี๋หรานขัดจังหวะ “เช่นนั้นเจ้าทั้งสองคนชอบพอกันหรือ?”
“จะพูดเช่นนั้นก็ยังไม่ถูก ตอนนั้นข้ายังไม่รู้จักเขาถึงเพียงนั้น ครั้งนั้นมันเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ”
“สรุปว่าเขาข่มเหงเจ้า หรือเจ้าทั้งสองคนชอบพอกัน?” เย่อวี๋หรานไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดจาคลุมเครือ จึงถามออกไปอย่างชัดเจน “ถ้าเป็นอย่างแรก เช่นนั้นเจ้าก็ไม่มีความผิด เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสจะจัดการหลิวต้าซุ่นตามกฎของหมู่บ้านสกุลหลิวของพวกเจ้า แต่ถ้าหากเป็นอย่างหลัง เช่นนั้นเจ้ากับเขาก็ล้วนมีความผิด เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสจะจัดการกับพวกเจ้าทั้งสองคนตามกฎของหมู่บ้านสกุลหลิวของพวกเจ้า ไม่ขาดแม้แต่คนเดียว”
หม่าซานเหนียงมีท่าทีกระอักกระอ่วน พูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง
“ข้อแรก หรือข้อสอง? ไม่มีคำตอบอื่น มีเพียงหนึ่งในสองข้อนี้เท่านั้น”
หม่าซานเหนียงมองไปรอบ ๆ เพราะกลัวว่าหลิวต้าซุ่นจะปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหัน
“ทำไม คำถามของข้ามันยากหรือ? ใ