ว่า ‘ถอยหนึ่งก้าว’ น่าจะดีกว่า
“เรื่องครอบครัวข้าก็เป็นเรื่องของครอบครัวข้า เรื่องของหลิวต้าซุ่นกับหม่าซานเหนียงก็เป็นเรื่องของหลิวต้าซุ่นกับหม่าซานเหนียง ควรจัดการแยกกัน” เย่อวี๋หรานมองพวกเขาขณะเอ่ย
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว พวกเขาตกลงกันว่าตราบใดที่นางรับปากจะจัดการ จะจัดการอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น
“เมื่อครู่ข้าจัดการเรื่องของครอบครัวข้าและหลิวต้าซุ่นแล้ว พูดแล้วว่าต้องปิดเล้าหมูสามวัน ห้ามขาดแม้แต่วันเดียว” เย่อวี๋หรานไม่รีบร้อน ยืนยันเรื่องแรกที่ต้องจัดการเสียก่อน “ไม่รู้ว่าถึงครานั้นแล้วเจ้าหน้าที่หลิวและผู้อาวุโสหลิวจะให้ใครเป็นผู้จัดการดูแลเรื่องนี้ดีหรือ?”
“เรื่องนี้…” เจ้าหน้าที่มองไปยังผู้อาวุโส
ผู้อาวุโสจึงพูดตามตรงว่า “วั่งไฉเถอะ แค่เรื่องเดียวไม่จำเป็นต้องให้คนสองคนจัดการหรอก ถึงอย่างไรเมื่อครู่ก็เป็นเขาที่พาคนมา เช่นนั้นก็ปล่อยให้เขาจัดการให้เรียบร้อยเถอะ”
หลิววั่งไฉมองมาพลางคิดในใจว่า ทำไมเรื่องลงโทษคนล้วนต้องเป็นเขาทำทั้งหมดเลยเล่า?
เจ้าหน้าที่กำลังคิดจะปฏิเสธ แต่คิดอีกทีถ้าเรื่องนี้ลูกชายของตนเป็นคนจัดการเอง เช่นนั้นในอนาคตคนในหมู่บ้านจะไม่รู้สึกเชื่อใจลูกชายเขาหรือ?
รอจนเขาแก่ตัวก็จะทำให้ลูกชายของเขามีโอกาสรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ต่อจากเขามากขึ้นไม่ใช่หรือ?
ตามหลักแล้วตำแหน่งผู้อาวุโสนั้นตามปกติจะสืบทอดต่อไปให้ลูกชายคนโต แต่ตำแหน่งเจ้าหน้าที่นี้ไม่เห