ิววั่งไฉว่ามารดาของเขาสอนให้เขาจัดการภรรยาของตัวเองอย่างไรบ้าง บอกว่านั่นเป็นเคล็ดลับที่ไม่ถ่ายทอดต่อคนนอก
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาถูกชะตากับหลิววั่งไฉก็คงไม่พูดให้ฟังเด็ดขาด ทั้งยังกำชับหลิววั่งไฉว่าหลังฟังแล้วห้ามเอาไปบอกต่อคนอื่น
หลินซื่อเศร้าใจยิ่งนัก เมื่อออกมาจากท้ายเรือนก็เห็นครอบครัวของหลิวต้าซุ่นถูกคนควบคุมตัวเอาไว้ที่หน้าเรือน
นางโมโหยิ่งนัก ปรี่เข้าไปตบหน้ามารดาของหลิวต้าซุ่นหนึ่งฉาด
“เจ้ากล้าตบข้า?!” มารดาหลิวต้าซุ่นเหมือนเสียสติไปแล้ว แทบสะบัดหลุดจากการควบคุมแล้วกระโจนเข้าหาหลินซื่อ
คนหนุ่มผู้นั้นตกใจจนสะดุ้งโหยง รีบส่งสายตาให้นางหนีไป
หลินซื่อเห็นท่าทางเสียสติของหญิงชราก็รู้สึกหวาดกลัว จึงวิ่งหนีไปจริง ๆ
ด้วยเหตุนี้ ตอนที่จูอู่ตามหลิววั่งไฉออกมาถึงหน้าเรือนจึงไม่เห็นหลินซื่อ
“เมียข้าล่ะ?”
“ตบแม่ของหลิวต้าซุ่นเสร็จก็วิ่งหนีไปแล้ว”
จูอู่มองมารดาของหลิวต้าซุ่นที่มองมาตาขวางเหมือนอยากจะลงแส้เขา “…”
นางกล้าทำเช่นนี้กับคนอ่อนกว่าเท่านั้นแหละ ลองเปลี่ยนเป็นมารดาของเขาดูสิ
“จะทำอย่างไรกับพวกเขาดี?” ทุกคนมองหลิวต้าซุ่นกับมารดาของเขาที่ถูกมัดเอาไว้ด้วยกันด้วยท่าทางลำบากใจ
หลิววั่งไฉครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “พาไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ ให้พ่อข้าจัดการ”
เดิมทีบิดาก็บอกแล้วว่าถ้าพวกหลิวต้าซุ่นไม่พอใจก็ให้ไปหาเขา ตอนนี้ก็พาไปพร้อมกันเลยนี่แหละ
จูอู่กระจ่างใจโดยพลัน อ้อ ที่แท้เป็นคำสั่งของเจ้าหน