้าที่นี่เอง
ด้วยเหตุนี้ กระทั่งหลินต้าเม่ยและเด็กสาวทั้งสามที่อยู่ในห้องก็ถูกเรียกตัวออกมาด้วย แล้วยกขบวนไปยังเรือนของเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านสกุลหลิว
เดิมทีหลินซื่อตั้งใจว่าจะวิ่งออกไปจากหมู่บ้านสกุลหลิว แต่ระหว่างทางได้ยินคนพูดถึง ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ จึงรีบถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
ครั้นได้ยินว่าแม่สามีอยู่ที่เรือนของเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านก็ไม่พูดพร่ำ วิ่งไปฟ้องร้องทันที
“ท่านแม่ จูอู่ตบข้าเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานกำลังคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลหลิว เมื่อเห็นหลินซื่อวิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทางเสียสติก็พูดอะไรไม่ออก
“ท่านแม่ ดูสิเจ้าคะ หน้าข้าถูกตบจนแดงหมดแล้ว” หลินซื่อตาแดงก่ำ แสดงใบหน้าด้านนั้นให้ดู
จูซื่อไม่สะดวกจะมองน้องสะใภ้ตรง ๆ เพียงกวาดสายตามองไปก็เห็นว่าบนร่างของนางไม่ได้มีบาดแผลที่ชัดเจนอันใดก็เก็บสายตากลับมาแล้ว
อืม ดีแล้ว ไม่บาดเจ็บก็ดีแล้ว!
ส่วนเย่อวี๋หรานมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วกล่าวว่า “ทำไมตัวเจ้าเหม็นขนาดนี้?”
หลินซื่อสำลัก “ถูกขังในเล้าหมูมาครึ่งค่อนวันแล้ว จะไม่เหม็นได้หรือเจ้าคะ? ท่านแม่ ข้าบอกท่านเลยว่าครอบครัวหลิวต้าซุ่นขังพวกข้าเอาไว้เจ้าค่ะ พวกเขา…”
ชั่วขณะนั้น นางจึงนึกเรื่องที่ตนเองกับจูอู่ถูกคน ‘จับตัว’ เอาไว้ ค่อยตระหนักได้ว่าแม่สามีมาปรากฏตัวที่นี่คงเพราะมาช่วยพวกตนแน่แล้ว
หลินซื่อยิ่งเสียอกเสียใจกว่าเดิม เล่าให้ฟังว่าทั้งวันนางต้องเผชิญก