ล็กน้อย
“ใช่น่ะสิ ตอนนี้ข้าเองก็กำลังคลำทางอยู่ ยังไม่เจอวิธีเพาะปลูกที่เหมาะสม จะกล้าพูดซี้ซั้วไปทั่วได้อย่างไร? นั่นไม่เท่ากับตบหน้าตัวเองหรอกหรือ?” จูเหล่าโถวเห็นอีกฝ่ายคล้ายจะถอดใจไปบ้างแล้วก็ลอบโล่งอกในใจ
เขานึกแล้วเชียว ขอเพียงภรรยาของเขาเริ่มทำอันใดขึ้นมา จะต้องไม่ขาดแคลนเรื่องพรรค์นี้แน่นอน
ดูเอาเถอะ นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ
“แล้วเจ้าจะทำอย่างไร? จะปล่อยที่นาไปทั้งอย่างนี้รึ? ตั้งครึ่งค่อนปีเชียวนะ ผลเก็บเกี่ยวข้าวสาลีไม่ดีเท่าข้าวธรรมดา เจ้าโง่หรือเปล่า?” จูจยามองเขาอย่างแคลงใจ “ตอนนี้เจ้าเป็นคนที่มีหลานแล้ว มีคนที่เจ้าต้องเลี้ยงดูเยอะกว่าตอนที่เจ้าเลี้ยงลูกชายในปีนั้นเสียอีก แต่กลับมาทำอะไรแบบนี้ ไม่กลัวว่าต้องหิวตายกันยกครัวหรือ? ไม่สู้เอาเวลาช่วงนี้มาบุกเบิกที่ดินรกร้างเตรียมไว้สำหรับทำนาดีกว่า”
“ไม่หรอก อาจปลูกอย่างอื่น แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะปลูกอย่างไรดี” จูเหล่าโถวรีบกล่าว บอกจูจยาว่าไม่ต้องร้อนใจ ถ้าเขามีวิธีการแล้วจะต้องบอกคนในหมู่บ้านแน่นอน
ถึงตอนนั้น ผู้อาวุโสกับเจ้าหน้าที่ออกหน้าแล้วยังมีอะไรจัดการไม่ได้อีกหรือ?
ไม่ง่ายเลยกว่าจะไล่จูจยาไปได้ จูเหล่าโถวรู้สึกหนักอึ้งในใจ
อนาคตอันสดใสกำลังรอพวกเขาอยู่ แต่กลับมีคนเริ่มจับตามองครอบครัวของเขาแล้ว ตอนนี้ยังดีที่ไม่มีใครอิจฉาตาร้อน แต่ถ้าวันไหนมีคนริษยาขึ้นมาจริง ๆ จะไม่แย่เลยหรือ?
เมื่อมองไปยังต้นข้าวสาลีในนา จูเหล่าโถวก็