นกล่าวกับเขาเอาไว้เมื่อคราวก่อน เขาก็ได้แต่ระงับความคิดนี้เอาไว้ก่อนชั่วคราว
“เฮ้อ…จูต้าเหนียงรับมือไม่ง่ายจริง ๆ!”
แต่ละครั้งที่คิดจะโน้มน้าวอีกฝ่าย ผลสุดท้ายกลับกลายเป็นตนเองที่ถูกโน้มน้าว เขาจะทำอย่างไรได้?
จนเมื่อกลับไปถึงที่พัก หลังจากเขาสงบสติอารมณ์ได้แล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองไปทำอันใดกันแน่ จากนั้น…
จากนั้นเขาก็กลัวการเผชิญหน้ากับจูต้าเหนียงอย่างมาก แล้วก็ไม่มีจากนั้นอีก
ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องให้กานอี้เซียนกังวลใจ นาข้าวสาลีฤดูหนาวที่เขียวอร่ามผืนนี้ดึงดูดความสนใจของใครบางคนได้แต่แรกแล้ว
ถ้าเป็นเช่นที่ผ่านมา ครอบครัวสกุลจูอยู่กันอย่างสงบเสงี่ยมสักหน่อย บางทีอาจไม่มีคนจับตามองความเปลี่ยนแปลงในผืนนาของครอบครัวสกุลจู แต่พักนี้มีทั้งคันไถนาก้านโค้ง ทั้งพลิกไถหน้าดิน คนที่มาร่วมชมความครึกครื้นมีมากมาย ถึงอย่างไรย่อมมีคนให้ความสนใจที่ดินผืน
อื่น ๆ ของสกุลจูไม่มากก็น้อย
จากนั้นก็มีคนจับตามองทุ่งข้าวสาลีฤดูหนาวผืนนี้
จูจยาอายุน้อยกว่าจูเหล่าโถวเล็กน้อย แต่กลับมีศักดิ์อาวุโสกว่าจูเหล่าโถว ฝ่ายหลังต้องเรียกเขาว่า “ท่านอา”
เมื่อเขาสวมหมวกฟางและกำลังจะออกไปข้างนอกก็เจอเข้ากับคนในหมู่บ้าน อีกฝ่ายทักทายว่า “ไปที่ใดหรือ?”
“ออกไปเดินเล่น” จูจยากล่าว
“ใกล้จะถึงช่วงเพาะปลูกแล้ว ถึงตอนนั้นจะขอยืมวัวของเจ้าหน่อยนะ”
“ได้ ข้าจำไว้แล้ว บ้านข้าใช้งานเสร็จแล้วค่อยให้เจ้ายืม ถ้าข้าทำเสร็จแล้วจะบอก