วสาลีฤดูหนาวก็ยังยืนหยัดเติบโตมาได้อย่างแข็งแรง อยู่เหนือความคาดหมายของเขาโดยสิ้นเชิง
แสดงว่าข้าวสาลีฤดูหนาวสามารถเติบโตได้ท่ามกลางฤดูหนาวอย่างนั้นรึ?!
เขานั่งยอง ๆ อยู่ในทุ่งนาของสกุลจู จ้องมองรวงข้าวบนก้านต้นข้าวสาลีฤดูหนาว แน่ใจยิ่งนักว่าในนั้นมีหน่ออ่อนของเมล็ดข้าวเกิดขึ้นแล้ว
หรือก็หมายความว่า ในอนาคตอันใกล้ นาผืนนี้ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว
กานอี้เซียนกางนิ้วมือขึ้นมานับ ช่วงเดือนเก้าและเดือนสิบเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยว หลังจากนั้นก็เริ่มปลูกข้าวสาลีฤดูหนาว เดือนห้าหรือเดือนหกปีถัดมาก็สามารถเก็บเกี่ยวข้าวสาลีฤดูหนาวได้แล้ว แม้ว่าช่วงเวลาจะต่างจากข้าวนาน้ำเล็กน้อย เนื่องจากช่วงปลูกข้าวนาน้ำโดยทั่วไปมักเป็นช่วงฤดูกู๋อวี่ (ช่วงฝนตกปลายฤดูใบไม้ผลิ) หรือก็คือเทศกาลชิงหมิงในช่วงเดือนสามหรือเดือนสี่ แต่จากแผนการของจูต้าเหนียง สามารถปลูกมันเทศต่อในช่วงต้นเดือนสี่หรือปลายเดือนห้าได้เลย
หรือก็หมายความว่า ถ้าจัดการได้อย่างเหมาะสม ที่ดินผืนนี้ทั้งปีสี่ฤดูกาลก็จะไม่มีช่วงใดที่ปล่อยว่างไปเลย สามารถปลูกพืชผลได้ตลอดปี
ส่วนเขาในฐานะถู่ตี้เฉินก็มีหน้าที่เพียงรักษาสมดุลแห่งฤดูกาลบริเวณเชิงเขาไท่ตัง มวลมนุษย์ในท้องที่นี้ก็สามารถพึ่งพากำลังตัวเอง เลี้ยงดูตัวเองได้
กานอี้เซียนยิ่งคิดก็ยิ่งยินดีปรีดา อยากไปปรากฏกายต่อหน้าจูต้าเหนียง ขอร้องให้นางนำความรู้เหล่านี้เผยแพร่ออกไป
แต่เมื่อคิดถึงคำพูดที่ใครบางค