กแยกบ้านหรือ?!”
“ใครบอกว่าการสร้างลานบ้านเป็นการแยกบ้านกันเล่า” หลี่ซื่อปฏิเสธทันควัน “ความหมายของข้าคือ ตอนนี้ลานบ้านนี้ไม่ใหญ่พอที่จะอยู่อาศัยแล้ว เมื่อถึงยามที่พวกเราทุกคนล้วนมีลูก แม้แต่ที่เดินก็คงไม่มีแล้ว แน่นอนว่าต้องสร้างลานบ้านใหม่ ข้าจะสร้างอยู่ข้าง ๆ และหากท่านแม่เต็มใจที่จะมาอยู่กับพวกเราก็ย่อมได้ หากท่านแม่ไม่มา นางก็ยังอยู่ข้าง ๆ นี่เอง มีเรื่องอะไรข้าก็ยังรับรู้ข่าวคราวได้”
นางยังคิดกับหลิวซื่ออีกหน่อยว่าสร้างลานบ้านต้องใช้เงินกี่มากน้อย จากรายได้ของพวกเขาในตอนนี้น่าจะต้องใช้เวลานานเพียงใดจึงจะเก็บเงินพอ
แต่หากสามารถหาแหล่งรายได้มากขึ้นและเพิ่มรายได้ในมือ เช่นนั้นพวกเขาก็จะสามารถเก็บเงินพอที่จะสร้างลานบ้านใหม่ได้เร็วขึ้น
เมื่อมีลานบ้านใหม่ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องเลี้ยงลูก จะมีลูกสักกี่คนก็ล้วนเลี้ยงดูได้ นั่นจึงนับว่าเป็นเรื่องดี
หลิวซื่อได้ยินก็มึนงง เมื่อนางแยกตัวมาจากหลี่ซื่อก็ลืมความตั้งใจ ‘ดั้งเดิม’ ของตัวเองไปเสียสิ้น ในหัวมีเพียงความคิดเดียวว่าข้าต้องเก็บเงินสร้างลานบ้านใหม่ และให้กำเนิดลูกสักหลาย ๆ คน
ชีวิตคนราวกับมีแรงผลักดันขึ้นมาในทันที
ในขณะที่หลินซื่อยังไม่เลิกกังวลเรื่องพี่สาวคนโตของนาง เมื่อพูดคุยปรึกษากับพวกพี่สะใภ้สักครู่และเปลี่ยนเวรกันแล้วก็วิ่งไปที่หมู่บ้านสกุลหลิวเพื่อสอบถามเรื่องราว
เย่อวี๋หรานเกรงว่าหลินซื่อจะก่อเรื่องจึงบอกจูอู่ให้ไปด้วย
“ถ้าหากมีเ