รื่องอะไรก็กลับมาเรียกคน”
“ขอรับท่านแม่” ในใจจูอู่ร้องว่า ‘สวรรค์!’ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะทิ้งทุกอย่างที่ทำอยู่และวิ่งออกไป
เขารู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายมาตลอดชีวิต ตบแต่งภรรยาแล้วก็ยังมีปัญหามาไม่หยุดหย่อนถึงเพียงนี้
แต่เพราะแต่งงานกันแล้วจึงไม่อาจปล่อยผ่านได้ไม่ใช่หรือ?
เมื่อจูต้าเห็นว่าจูอู่ไปแล้วก็เงยหน้ามองครู่หนึ่ง
นอกจากจูเหล่าโถว จูเอ้อร์ และจูซื่อ ทั้งสองคนก็ล้วนถูกเย่อวี๋หรานเรียกให้มาช่วยงานในไร่
นางต้องการสร้าง ‘นา’ ไม่ใช่ที่ดินที่แห้งแล้ง ดังนั้นจึงมีเรื่องที่ต้องทำมากทีเดียว
หลังจากทำคันนาเสร็จเรียบร้อยก็ต้องเริ่มเทน้ำลงไป
ด้านหนึ่งเทน้ำ ด้านหนึ่งพรวนดิน ทำไปเรื่อย ๆ ให้น้ำในนาชุ่มไม่หยุด
ที่ดินของสกุลจูมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ก่อนหน้านี้ทุกคนที่มาดูคันไถนา หลังจากพบว่าเย่อวี๋หรานเริ่มเตรียมที่ดินก็วิ่งมาดูด้วยความครึกครื้น
“จูเหล่าโถว บ้านเจ้าทำอะไรรึ?”
“ไถนาเช่นนี้ได้อย่างไร? น้ำเยอะเช่นนี้ ต่อไปข้าวไม่เฉาตายหมดรึ?”
“ไอ้หยา ทำไมเมียเจ้าถึงไปสั่งงานอยู่ด้านนั้นเล่า?”
……
จูเหล่าโถวนิ่งเงียบ ในใจรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก
เขาก็อยากดูแลมัน แต่มีคนฟังเขาเสียที่ไหน เมื่อเขาบอกว่าที่ดินนี้ไม่สามารถจัดการแบบนี้ได้ หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ก็จ้องมองเขา “ทำไมเล่า เรื่องที่พนันกันไว้เจ้าลืมไปแล้วหรือ? เจ้าทำของเจ้า ข้าก็ทำของข้า หรือเจ้าเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา?”
ราวกับพูดเรื่องวีรกรรมที่ผ่านมา ก่อนหน้านี