บทที่ 237 ความท้อแท้ของเสินกวงจี้
อาจารย์เสินให้จูชีทดลองเขียนตัวอักษรแบบเฉ่าชู สิงชู และข่ายชู[1] สุดท้ายจึงพบว่าตัวอักษรแบบข่ายชูที่คล้ายกับการแกะสลักเหมาะสมกับเขามากที่สุด
“ต่อไปเจ้าก็ฝึกคัดตัวอักษรแบบนี้ นอกจากอันนี้แล้ว ตัวอักษรแบบทางการก็ต้องเรียนรู้เอาไว้ด้วย”
หลังจากดูจูชีคัดตัวอักษรแต่ละแบบแล้ว อาจารย์เสินก็ตัดสินใจเลือกตัวอักษรสองแบบหลัง
“เพิ่งเริ่มเรียน เจ้าสามารถเอาพู่กันไปจุ่มน้ำลองเขียนบนแผ่นหินดูก่อน จับทางได้แล้วค่อยเขียนลงบนกระดาษ”
“ขอรับ อาจารย์” จูชีรับคำอย่างว่าง่าย
จากการสังเกตติดต่อกันหลายวันของเสินกวงจี้ เขาพบว่าสหายร่วมสำนักที่มาใหม่ผู้นี้เก่งกาจยิ่งนัก
บิดาของเขาสอนสิ่งใด จูชีล้วนสามารถ ‘จำ’ ได้ทั้งหมด บางครั้งเขาจำไม่ได้ เพียงถามจูชีก็ได้รับคำตอบที่แม่นยำ
แต่ในเรื่องที่ต้องใช้ความพลิกแพลง จูชีแสดงออกชัดว่าช้ากว่าคนอื่น
แต่เสินกวงจี้กลับไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาเลยสักนิด หลังเรียนเสร็จแล้ว เขามักไปถามเรื่องบทเรียนกับจูชี เพราะนอกจากตัวจูชีจะเก่งกาจแล้ว เขายังมีหลานชายที่เก่งกาจอย่างยิ่งสองคนคือต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า
จำไม่ได้ก็ถามจูชี และหากจำเป็นต้องใช้สมองก็สามารถถกอภิปรายกับต้าเป่าเอ้อร์เป่า
ตอนเริ่มแรก เสินกวงจี้ยังคิดว่าตนเองร่ำเรียนก่อนตั้งหลายปี อายุก็มากกว่าต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าหลายขวบปี และมักรู้สึกว่าตนเองเก่งกว่าพวกเขา
ทว่าในไม่ช้าเขาก็พบว่า โลกใบนี้มีอั