็ไม่รู้สึกอะไร แต่พักนี้ไม่เห็นพวกเขาหลายวันแล้วกลับคิดถึงพวกเขาขึ้นมาเสียอย่างนั้น”
ความเคลื่อนไหวของหลิ่วซื่อชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็หาได้ปริปาก
วันนั้นนางไปช่วยปูเตียงและปัดกวาดห้อง สภาพแวดล้อมดีกว่าเรือนตัวเองเสียอีก อีกทั้งยังมีจูซานคอยดูแลอยู่ ตามหลักแล้วก็คงไม่แย่จนเกินไป
ความกังวลเพียงหนึ่งเดียวของนางก็คือต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าไม่เชื่อฟัง ไปทำให้คนอื่นโมโห ถูกคนอื่นจัดการสั่งสอน
“พี่สะใภ้ใหญ่ วันนั้นท่านไปแล้วคิดว่าสภาพความเป็นอยู่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?” หลิวซื่อหยั่งเชิงถาม
“ก็เป็นแบบนั้นแหละ” เนื่องจากเย่อวี๋หรานกำชับเอาไว้ หลิ่วซื่อจึงไม่สะดวกจะพูดละเอียดจนเกินไป
“ถ้าเทียบกับที่เรือน ที่ไหนดีกว่ากัน?”
“พอ ๆ กัน”
“พอ ๆ กันหมายความว่าอย่างไร? ต้องแตกต่างกันบ้างสิ? อย่างเช่น ปกติแล้วพวกเขากิน
อะไร?” หลิวซื่อกล่าวว่า “พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าเป็นห่วงลูกแทนท่านหรอกนะ ตอนที่พวกเขาอยู่ในสายตา จะกินน้ำเชื่อมผลไม้หรือน้ำพริกเนื้อ พวกเราล้วนป้อนให้เขากินได้ แต่อยู่ข้างนอกนั่น อะไรก็ต้องให้คนอื่นสรรหามาให้ ไม่รู้ว่ากินอะไรกันบ้าง ถ้ากินไม่อิ่มจะทำอย่างไร?”
“ไม่หรอก”
“ทำไมจะไม่เป็นอย่างนั้นเล่า? ท่านรู้หรือว่าพวกเขากินอะไรบ้าง?” หลิวซื่อกำลังจะถามลึกลงไปอีกก็ได้ยินเสียงกระแอมเบา ๆ ดังขึ้นจากข้างหลัง
“อะแฮ่ม!”
หลิวซื่อรีบหันกลับไป ครั้นเห็นว่าเป็นเย่อวี๋หรานก็พลันกระอักกระอ่วนขึ้นมา “ท่านแม่ ท่านก