มื้อ อาหารการกินเช่นนี้ ด้วยสภาพปัจจุบันของครอบครัวสกุลจูคงไม่อาจแบกรับไหว
“ทำอาหารกันเองไปก่อน ถ้าในอนาคตครอบครัวเราฐานะดีขึ้นแล้ว พวกเจ้าค่อยกินข้าวที่สำนักศึกษา” ครั้นนึกถึงว่ามาเรียนแท้ ๆ แต่กลับไม่ได้กินอิ่มท้อง เย่อวี๋หรานก็รู้สึกยากจะบรรยายยิ่งนัก
“ท่านแม่ ไม่เป็นไรขอรับ อย่างไรเสียข้าก็ไม่ได้ทำอันใดอยู่แล้ว ก็แค่ทำอาหารเท่านั้นเอง” จูซานเหมาหน้าที่นี้มาเป็นของตนเองเรียบร้อย
ครอบครัวตัวเองมีฐานะเช่นไร เขากระจ่างใจยิ่งนัก
ค่าเล่าเรียนหนึ่งปีสิบหกตำลึง กอปรกับค่าเช่าห้องพัก เครื่องเขียน และอาหารการกินรายเดือน ค่าใช้จ่ายจำนวนนี้ก็ค่อนข้างสูงแล้ว
“อย่าเอาแต่ทำทุกอย่างเองคนเดียว ให้พวกเขาช่วยทำความสะอาดห้อง ซักผ้าและจัดที่นอนด้วย” เย่อวี๋หรานกล่าว “แบ่งหน้าที่ให้ทุกคน คนละเล็กละน้อย ผลัดเวียนกันทำ จะได้พึ่งพาตัวเองได้”
นางเตือนจูซานว่าอย่าเห็นว่าต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเป็นเด็กก็ไม่ให้พวกเขาทำอะไรสักอย่าง
ตอนนี้พวกเขาเป็นเด็ก แต่ก็ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในสักวัน จูซานไม่อาจติดตามพวกเขาได้ตลอดไป ดังนั้นบางเรื่องต้องให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะทำด้วยตนเอง พยายามพึ่งพาตัวเองให้ได้
เช่นนี้พวกเขาจึงจะไปได้ไกลกว่าเดิม
ระหว่างอาหารมื้อเย็นในเรือนสกุลจู
เย่อวี๋หรานประกาศต่อทุกคนบนโต๊ะอาหารว่า สามวันให้หลัง จูชีจะเข้าตำบลไปเรียนในสำนักศึกษาอย่างเป็นทางการ จูซาน ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าก็จะไปด้วย
“โห! ค่