ลี่ว์ชือจาง ข่งเฉาเหยียนหวา…[1]”
“เมฆสัมพันธ์กับฝน หิมะสัมพันธ์กับลม ตะวันโพล้เพล้สาดส่องฟ้าใส ห่านป่ากรายมา นางแอ่นจากจร นกน้อยหวนคืนนอนรัง แมลงร้องดังเสียงขรม กระบี่ยาวสามฉื่อ ธนูหนักหกจวิน หลิงเป่ยคู่เจียงตง…”
แม้ต้าเป่าจะโตประมาณหนึ่งแล้ว แต่ก็เป็นเพียงเด็กอายุไม่กี่ขวบเท่านั้น ส่วนเอ้อร์เป่ายิ่งอายุน้อยกว่า เมื่อพวกเขาสองคนอ้าปากท่องก็สามารถประชันกับเด็กทั้งหลายได้เลยทีเดียว
“คัมภีร์สามอักษร คัมภีร์ร้อยสกุล[2] คัมภีร์พันอักษร พวกเขาท่องได้หมดเลยหรือ?!”
เสินต้าเหนียงรู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อ ลูกชายนางเริ่มสอนหนังสือให้หลานชายคนโตตั้งแต่ตอนเริ่มหัดพูด จึงได้มีผลสัมฤทธิ์ในวันนี้
ทว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กน้อยชนบท แต่กลับท่องได้ทัดเทียมกับหลานชายคนโตของนางแล้ว?!
“อื้ม” เย่อวี๋หรานไม่ได้อ้อมค้อม บอกว่าสมัยยังสาวเคยเป็นคนใช้ในบ้านสกุลใหญ่ ตำราพวกนี้นางล้วนท่องได้
ปกตินางยุ่งกับงานเพาะปลูก ไม่มีเวลามาเลี้ยงหลาน จึงสอนเจ้าเจ็ดก่อน แล้วค่อยให้เจ้าเจ็ดเป็นคนสอนให้เด็กน้อยทั้งสองอีกที ใช้เวลาครึ่งปี พวกเขาก็ท่องกันได้แล้ว
แน่นอนว่าทำได้เพียง ‘ท่อง’ รู้อักษรเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น นางที่เป็นเพียงสตรีชนบทหาได้มีความสามารถอันใดมากมาย อย่างอื่นก็ไม่มีปัญญาสอนแล้ว
นางมักรู้สึกว่าตนเองทำให้ลูกต้องเสียเวลา ดังนั้นถึงได้มีความคิดจะส่งเจ้าเจ็ดมาร่ำเรียนในตำบลดูสักตั้ง
“เฮ้อ…ถ้าเป็นครอบครัวอื่นก็คงจะส่ง