นังสือได้งั้นเรอะ?”
“เจ้าทำแบบนี้เท่ากับทำลายชื่อเสียงของข้า เข้าใจหรือไม่?”
“เสียแรงที่ข้าเชื่อใจเจ้า เจ้ากลับมาทำกับข้าแบบนี้”
……
เทียบกับอาจารย์เฉินที่โมโหโทโส เถ้าแก่อวี๋กำลังกล้ำกลืนโทสะยิ่งนัก “อาจารย์เฉิน ข้าต่างหากที่ต้องถามท่าน ข้าเชิญท่านมาด้วยความปรารถนาดี อยากแนะนำอัจฉริยะให้ท่านรู้จัก ท่านกลับมาทำกับข้าแบบนี้? ข้าเตือนท่านแต่แรกแล้วว่า สถานการณ์ของลูกชายคนเล็กของจูต้าเหนียงค่อนข้างพิเศษ เขาแตกต่างจากคนทั่วไปอยู่บ้าง แต่ข้ากล้าพูดว่าถ้าเขาท่องตำราไม่ได้ ในโลกนี้ก็คงไม่มีใครท่องตำราได้เก่งกาจกว่าเขาอีกแล้ว”
อาจารย์เฉินรีบท้วงทันที “เหลวไหล! ถ้าเขาทำได้จริง ข้าจะยอมเด็ดหัวลงมาให้เจ้าใช้เป็นม้านั่งเลย”
“ท่าน…” เถ้าแก่อวี๋ไม่อยากอธิบายอีกแล้ว เขารู้ว่าอาจารย์เฉินเป็นบัณฑิตผู้หนึ่ง หยิ่งยโสยิ่งนัก
ถ้าไม่ใช่เพราะอยากได้เงินของพ่อค้าอย่างพวกเขา อีกฝ่ายไม่มีทางยอมรับลูกชายพวกเขาเป็นศิษย์เด็ดขาด แต่เห็นแก่ที่อีกฝ่ายตั้งใจอบรมสั่งสอนลูกชายของเขา จึงตั้งใจส่ง ‘ความดีความชอบ’ มาให้โดยเฉพาะ แต่ผลกลับออกมาเป็นเช่นนี้
นี่ช่าง…
ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เขาก็คงไม่ทำแล้ว
“ข้าจะทำไม? ข้าพูดผิดไปงั้นหรือ? คนสมองทึ่มคนหนึ่ง! สวรรค์ ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าจะแนะนำคนโง่ให้ข้า…” อาจารย์เฉินนั่งโมโหเป็นฟืนเป็นไฟอยู่บนเก้าอี้
เรือนสกุลอวี๋แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือร้านขายชาด หันหน้าร้านเข้าหา