สื้อผ้าใหม่ และได้กินเนื้อหมูในช่วงปีใหม่ แต่ในฐานะอาจารย์จะไม่สามารถเลี้ยงดูปากท้องของภรรยาและลูกได้เชียวหรือ?
“ดูเหมือนเขาจะใจดีเกินไปขอรับ!”
จูซานพูดความรู้สึกออกมา เขารู้ว่า ‘อาจารย์’ ท่านนั้นใจดีมาก แต่กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
เย่อวี๋หรานพูดว่า “ที่เจ้าพูดก็ไม่ผิด เป็นเพราะ ‘ใจดี’ มากเกินไป”
จูซานพลันสับสน
“บางครั้งการที่ ‘ใจดี’ ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะความใจดีที่ฉุดรั้งครอบครัว ความใจดีที่ยอมเสียสละผลประโยชน์ของครอบครัว” เย่อวี๋หรานพูด “ไม่รู้ว่าพวกเจ้าสังเกตหรือไม่ ครอบครัวนั้นมีทั้งผู้หญิงและเด็กซึ่งล้วนใส่เสื้อผ้าเก่าที่ไม่พอดีตัว ทั้งยังมีรอยปะเย็บอยู่ทั่วตัว”
นางเตือนพวกเขาว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติ นี่เป็นช่วงหลังปีใหม่มานานแล้ว ตามหลักแล้วเสื้อผ้าที่สวมควรจะพอดีตัวมากที่สุด แต่ดูเหมือนสถานการณ์ของครอบครัวพวกเขาจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
จากที่นางได้พบ รู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นหญิงชราของบ้านหรือแม้แต่ซูเหนียง พวกเขาเป็นคนที่อ่อนโยนมาก แต่เพราะเรื่องใดกันที่กดดันให้ผู้หญิงที่อ่อนโยนโกรธได้มากถึงเพียงนั้น?
“ค่าเล่าเรียนแปดตำลึงก็เท่ากับแปดพันเหรียญ ถึงจะซื้อข้าวหนึ่งชั่งราคาสิบหกเหรียญก็ยังสามารถซื้อได้ถึงห้าร้อยชั่ง เพิ่มข้าวเก่าและข้าวโพดไปด้วย แค่ลูกศิษย์เพียงไม่กี่คนก็สามารถทำให้ครอบครัวหนึ่งอิ่มท้องได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากค่าเล่าเรียนในทุกเดือนแล้วยังสา