นได้เปรียบมาก พูดได้ว่าเป็นสำนักศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในตำบลอันจิ่ว
แม้จะสอบเลื่อนเป็นบัณฑิตระดับจวี่เหรินไม่ผ่านเหมือนกัน แต่เพราะตำแหน่งของคุณชายไป๋สูงกว่าคุณชายเฉิน ชื่อเสียงก็ย่อมมากกว่าเช่นกัน
พวกเขาทั้งสองคนอยู่ในเส้นทางการแข่งขันที่ต่างกัน เพราะสำนักศึกษาทั้งสองแห่งรับลูกศิษย์ไม่เหมือนกัน จึงทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกันไป
ส่วนทางทิศใต้นั้นชาวบ้านยังต้องกังวลเรื่องเลี้ยงปากท้อง มีเพียงไม่กี่คนที่จะมาเรียนหนังสือ ดังนั้นจึงมีสถานที่เอาไว้เรียนเพียงที่เดียว ที่นั่นเป็นลานที่เอาไว้ใช้เรียนหนังสือชั่วคราว ซึ่งก่อตั้งโดยบัณฑิตระดับซิ่วไฉเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ไม่ได้เป็นสำนักศึกษา
ดูจากสถานะของครอบครัวในยามนี้ เย่อวี๋หรานรู้ว่าจูชีเข้าเรียนที่สำนักศึกษาสกุลไป๋ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่นางก็ยังคงพาพวกเขาไปเดินดูบริเวณใกล้เคียงรอบหนึ่ง และอธิบายเกี่ยวกับข้างในนี้ให้พวกเขาฟัง
จูต้าใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หัวสมองตีกันยุ่งเหยิง
จูชีใช้สายตามองมาที่นางอย่างไร้เดียงสา เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ทำได้เพียงท่องจำตามสิ่งที่แม่ของเขาพูดอย่างไม่เข้าใจ เผื่อว่าต้อง “ท่อง” ในภายหลัง
มีเพียงจูซานที่ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจเป็นอย่างมาก และแอบจดจำบางเรื่องไว้ในใจ
ในอนาคตเขาต้องพาน้องชายและหลานชายมาเรียนหนังสือในเมือง แน่นอนว่าต้องคบค้าสมาคมกับพวกคงแก่เรียนเหล่านี้ ลูกศิษย์ของขุนนางกับลูกศิษย์ของตระกูลที่ร่ำรวยนั