บทที่ 225 ไหว้วานเถ้าแก่อวี๋
เย่อวี๋หรานมีสีหน้าเฉยชา “ท่องตำราจะยากแค่ไหนเชียว ถ้าไม่เชื่อ เจ้าลองหาตำรามาสักเล่ม อ่านให้เขาฟังรอบหนึ่ง แล้วให้เขาท่อง เจ้าก็จะเข้าใจเอง”
แม้เถ้าแก่อวี๋จะเปิดร้านขายชาด แต่ลูกชายกำลังเล่าเรียนอยู่ในสำนักศึกษา ในเรือนย่อมมีตำราเก็บเอาไว้
เถ้าแก่อวี๋ให้เสี่ยวเอ้อไปขอตำราเล่มหนึ่งจากภรรยาเขาที่เรือนด้านหลังทันที
ในยามปกติ ตำราจัดเป็นของล้ำค่าของครอบครัวนี้ ดังนั้นเมื่อลูกชายส่งตำรามาก็จะใช้ผ้าห่อแล้วเก็บรักษาอย่างดีเอาไว้ในกล่อง
‘คัมภีร์สามอักษร’ ‘คัมภีร์ร้อยสกุล’ และ ‘คัมภีร์พันอักษร’ เรียกรวมกันว่า ‘สามร้อยพัน’ ทั้งยังเรียกว่า ‘หมู่บ้านสามสกุล’ เป็นตำราพื้นบ้านอันดับหนึ่งสำหรับสอนความรู้ให้เด็ก ๆ
ตำราที่เถ้าแก่อวี๋ให้นำมาก็คือ ‘คัมภีร์พันอักษร’ ซึ่งยากที่สุดจากทั้งสามเล่ม
เขายืนยันกับเย่อวี๋หรานว่าตำราเล่มนี้ไม่เคยสอนมาก่อน แล้วหยิบขึ้นมาอ่านท่อนหนึ่งว่า “เทียนตี้เสวียนหวงอวี่โจ้วหงฮวง (หมายถึง ท้องนภามืดมิด ปฐพีเหลืองอร่าม ห้วงเวหาเวิ้งว้างไร้ขอบเขต) เสวียนคือท้องฟ้า หวงคือสีของผืนดิน หงหมายถึงกว้างใหญ่ ฮวงคือยาวไกล จักรวาลกว้างไกลไร้ขอบเขต…[1]”
ด้วยเกรงว่าผู้อื่นจะหาว่าเขา ‘รังแก’ คน เถ้าแก่อวี๋จึงไม่ได้อ่านจนจบ อ่านถึงท่อนที่สามว่า “สารทเก็บเกี่ยวพืชผล เหมันต์สั่งสมเสบียงกรัง” เพียงเท่านี้ก็หยุดลง
เย่อวี๋หรานบอกให้จูชีท่องซ้ำ
จูชีท่องท่อนที่เถ้าแก