มองเห็นข้อเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจูชี นั่นก็คือสมองเขาไม่ค่อยปราดเปรียวเท่าไหร่ ตื้นเขินในเรื่องราวทางโลก ไม่อาจเป็นขุนนางได้
“ข้าทราบ ดังนั้นข้าจึงหวังว่าต่อไปเขาจะสนใจเพียงเรื่องการศึกษาเล่าเรียน ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น” เย่อวี๋หรานกล่าว “สถานการณ์ของเจ้าเจ็ดค่อนข้างพิเศษ วันหน้าเขาไม่อาจทำนาได้แน่นอน ถ้าข้าไม่อยู่แล้ว เขาก็ไม่อาจเอาแต่พึ่งพาพี่น้องคนอื่น ๆ การเรียนหนังสือเป็นทางออกเพียงหนึ่งเดียวของเขา”
“หมายความว่าอย่างไร?” แม้ว่าเถ้าแก่อวี๋จะเข้าใจความหมายในวาจาของนางอยู่บ้าง แต่ที่ว่า
‘ทางออกเพียงหนึ่งเดียว’ เขากลับไม่ค่อยเข้าใจนัก
ตามหลักแล้ว คนเรียนเก่งก็คือคนฉลาดไม่ใช่หรือ?
แต่ด้วยสภาพเช่นนี้ของจูชี เป็นขุนนางก็ยังไม่ได้ ร่ำเรียนไปแล้วยังจะมีประโยชน์อันใด?
“ถ้าเขาสามารถจดจำตำราในใต้หล้านี้ได้ทั้งหมดเล่า?” เย่อวี๋หรานมองตาอีกฝ่าย
เถ้าแก่อวี๋ชะงักไป
“ข้ารู้ว่าเจ้าเจ็ดทำได้เพียงร่ำเรียน เป็นขุนนางไม่ได้ ข้าเองก็ไม่ได้หวังไว้เช่นนั้น แต่ข้าคิดว่าเขาสามารถเป็นหอตำราเคลื่อนที่ได้ ขอเพียงใช้ประโยชน์จากความสามารถด้านนี้ของเขาให้ได้มากที่สุด การเลี้ยงตัวเองย่อมไม่ใช่ปัญหา” เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างจริงจังยิ่งนัก “อีกทั้งข้ายังรู้สึกว่าต่อให้เขาเป็นขุนนางใหญ่ไม่ได้ แต่จะต้องสอบเป็นถงเซิงได้แน่นอน”
เถ้าแก่อวี๋ไม่ค่อยสันทัดเรื่องการสอบเคอจวี่เท่าใดนัก แต่เมื่อฟังเย่อวี๋หรานอธิบายให้ฟังก็ค่