้าต้องเละกว่านี้แน่นอน เจ้าบอกให้นางสงบเสงี่ยมสักหน่อยเถอะ”
“เมียเจ้ามีแต่เรื่องให้วุ่นวายใจจริง ๆ แม่เพิ่งตายก็อยากไปยุ่งเรื่องในบ้านคนอื่นแล้ว เจ้าห้า เจ้าคนเดียวต้องเลี้ยงกี่คนกันแน่ อนาถจริง ๆ!”
“ใช่แล้ว เจ้าห้า เจ้าต้องเข้มแข็งหน่อยนะ”
……
แทนที่จะบอกว่า ‘เกลี้ยกล่อม’ ไม่สู้บอกว่าเป็นคำพึมพำของจูต้ากับจูเอ้อร์มากกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะหลินซื่อแต่งเข้าเรือนมาแล้ว ใครยังจะอยากแต่งกับสตรีที่ไร้บิดามารดาแบบนี้?
แถมยังมีน้องสาวสองคนเป็นภาระ มีแต่มารดาของพวกเขานี่แหละที่ใจดีมีเมตตา ไม่ไล่คนออกไป
ไม่อย่างนั้นหรือ เฮอะเฮอะ หลินซื่ออยากมีวันเวลาดี ๆ ก็ฝันไปเถอะ
พี่ใหญ่กับพี่รองบ่นอยู่ตรงนั้น จูอู่เห็นพี่สามกับพี่สี่ไม่ได้พูดอะไร เขาตอบโต้ไปหลายประโยคก็เงียบขรึมลงไปไม่ได้พูดอะไรอีก
ครั้นกลับถึงเรือน พี่น้องทั้งหลายก็แยกย้ายกันไปทำธุระของตัวเอง จูอู่จึงเรียกจูซานมาถามว่าพี่ใหญ่กับพี่รองหมายความว่าอย่างไรกันแน่ ปกติพวกเขาไม่เห็นจะพูดอะไร ทำไมถึงพูดเยอะเช่นนี้? พวกเขารังเกียจที่น้องสาวของภรรยาเขามาพึ่งพาอาศัยครอบครัวเรางั้นหรือ?
จูซานเงยหน้ามองเขาพลางกล่าวว่า “เจ้าจะสนใจพวกเขาทำไม? ท่านแม่คิดอย่างไร เจ้าคิดอย่างไร เจ้ารู้ดีแก่ใจก็พอแล้วนี่?”
“ข้าก็อดไม่ได้นี่นา” จูอู่มีสีหน้ากระดากใจ
“งั้นข้าถามเจ้าหน่อย บ้านนี้พี่ใหญ่กับพี่รองใหญ่ที่สุด หรือท่านแม่ใหญ่ที่สุด? เรื่องระหว่างเจ้ากับเมียเจ้า พี่ให