หลิวโน้มน้าวต่อไป ถึงขั้นกัดฟันค้นเงินอีแปะที่ลูกสาวแอบส่งมาให้ออกมา บอกให้ลูกสาวเก็บไว้ เผื่อวันไหนต้องไปหาหมอ
หลิวซื่อซาบซึ้งยิ่งนัก คิดไม่ถึงว่ามารดาจะคิดแทนนางเช่นนี้ “หาหมออะไรกัน ท่านแม่ ข้าไม่ได้ป่วยสักหน่อย ท่านก็เตรียมยาให้ข้าไว้แล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ? ข้าลองกินยาก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีก็ได้ ถ้าข้าต้องไปหาหมอในตำบลจริง ๆ เรื่องต้องแดงออกมาแน่นอน ถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าคนจะเอาไปพูดกันอย่างไรบ้าง”
“เจ้าพูดมาก็ไม่ผิด คนอื่นพูดก็ไม่กระไรหรอก กลัวก็แต่แม่สามีของเจ้าจะคิดเป็นจริงเป็นจัง นึกว่าเจ้าไม่อาจมีลูก จะปลดเจ้า แบบนั้นก็แย่แล้ว” แม่หลิวทอดถอนใจ พูดว่าฐานะครอบครัวสกุลจูดีขึ้นแล้ว วันข้างหน้าถ้าจูเอ้อร์อยากจะหาใหม่สักคนย่อมไม่มีปัญหา
ตอนนี้นางเป็นห่วงก็แต่หลิวซื่อ ถ้ามีลูกไม่ได้จริง ๆ ก็แย่แล้ว
กลับบ้านเดิมมาอย่างยินดีปรีดา แต่กลับมาได้ยินมารดาพูดเช่นนี้ หลิวซื่อที่เดิมทีก็ไม่สบายใจอยู่แล้วยิ่งกังวลหนักกว่าเดิม ข้าคงไม่ได้ ‘มีบุตรยาก’ หรอกนะ?
นางไม่ได้นอนหลับสนิทเลยตลอดทั้งคืน วันรุ่งขึ้นหลิวซื่อก็มีรอยคล้ำรอบดวงตาเพิ่มขึ้นมา กลับบ้านแม่สามีไปพร้อมกับจูเอ้อร์
แม่หลิวยังนับว่ารู้มารยาท รับของขวัญปีใหม่ของลูกสาวกับลูกเขยมาแล้วก็มีของตอบแทนกลับไป แม้จะไม่ได้อู้ฟู่เหมือนสิ่งที่ทั้งสองนำมา แต่ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
วันที่หก อากาศปลอดโปร่ง
เมื่อหลิวซื่อกลับมาก็ถึงรอบหลี่ซื่อกลับบ้านเดิมแ