บทที่ 202 การมีชีวิตอยู่น่ากลัวกว่าความตาย
หลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยคุกเข่าจนถึงยามรุ่งสาง ขาแทบพังอยู่แล้ว
เย่อวี๋หรานบอกให้พวกนางเลิกคุกเข่า แล้วผลัดกันนวดขาให้กันและกัน ลุกขึ้นมาเดินเคลื่อนไหวร่างกาย “พวกเจ้าทำไมโง่อย่างนี้ ข้ารู้ว่าข้าพูดจาไม่น่าฟัง แต่ก็จำเป็นต้องพูด คนตายแล้วไม่อาจฟื้นคืน หรือพวกเจ้าคุกเข่าอยู่ที่นี่สักหลายวันหลายคืนแล้วแม่ของพวกเจ้าจะฟื้นกลับมา?”
“ในเมื่อฟื้นขึ้นมาไม่ได้ แล้วจะคุกเข่าทำไม? ความกตัญญูอยู่ที่ใจ ไม่ได้อยู่ที่ขา ต้องคุกเข่าเท่านั้นถึงจะได้”
“ถ้าแม่พวกเจ้าที่อยู่ข้างล่างนั้นรู้เข้า เห็นพวกเจ้าคุกเข่าจนมีสภาพนี้ก็มีแต่จะปวดใจ คนเป็นแม่ส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนี้ ไม่ว่าพวกนางต้องพานพบเรื่องเลวร้ายอย่างไร ก็เพียงหวังให้ลูกของตัวเองอยู่ดีมีสุข”
……
คำพูดของเย่อวี๋หรานทำให้ทั้งสามคนขอบตาแดงก่ำ
“เอาล่ะ เมียเจ้าห้า พวกผู้อาวุโสบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า เจ้าไปหาพวกเขาเถอะ”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่” หลินซื่อพยักหน้าแล้วลากขาที่ยังด้านชาอยู่เดินออกไป
ที่แท้ ผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านมาหานางแต่เช้าตรู่เพื่อเจรจาเรื่องของคนอื่นนอกเหนือจากบิดาของนาง
“แม่สามีของเจ้าบอกว่าเรื่องในครอบครัวให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจ ให้พวกข้ามาคุยกับเจ้าโดยตรง ความหมายของพวกข้าก็คือเรื่องฉาวโฉ่ในเรือนไม่แพร่งพรายออกไปข้างนอก…” ผู้อาวุโสหลินเริ่มเกริ่นช้า ๆ
เขาคุยกับเจ้าหน้าที่ป