นเดิมเอาเข้าบ้านแม่สามีด้วยก็พอแล้ว
แน่นอนว่าถ้าในอนาคตหลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยเติบใหญ่แล้วได้แต่งกลับมาอยู่ในหมู่บ้านสกุลหลิน ที่ดินและเรือนหลังนั้นก็จะยังคงเป็นทรัพย์สินของพวกนางสองพี่น้อง
“ไม่จำเป็นเจ้าค่ะ ผู้อาวุโส ท่านเจ้าหน้าที่ ขอบคุณพวกท่านยิ่งนัก ข้ารู้ว่าพวกท่านกำลังคิดแทนพวกข้า แต่พวกข้าก็มีความกังวลของพวกข้าเองเหมือนกัน” หลินซื่อปฏิเสธไปโดยตรง กล่าวพร้อมดวงตาแดงก่ำ “ตอนที่ท่านพ่อท่านแม่ยังอยู่ ท่านย่าก็เกือบจะเอาน้องสาวสองคนของข้าไปขายแล้ว ถ้าข้าไม่ตัดความสัมพันธ์ให้เด็ดขาดตั้งแต่ตอนนี้ ข้ากลัวว่าหากวันไหนไม่ระวังขึ้นมาอาจเสียน้องสาวสักคนไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้”
นางสามารถไม่สนใจที่ดินกับเรือนหลังนั้น แต่ไม่อาจไม่สนใจน้องสาว
กล่าวถึงขั้นนี้ ผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่ก็ไม่อาจห้ามปรามต่อไปได้ ทำได้เพียงรับปาก
พวกเขาไม่ได้เชิญแม่เฒ่าหลิน แต่ให้คนไปเรียกหลินต้าเซิงและหลินเอ้อร์โก่วมาเป็นตัวแทนร่างข้อตกลงกับหลินซื่อ
หลินต้าเซิงและหลินเอ้อร์โก่วถูกแม่เฒ่าหลินกดขี่มาจนเคยชิน อยู่ต่อหน้าคนอื่นอาจวางมาดสักหน่อย แต่เมื่อเห็นว่าเป็นผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่ของหมู่บ้านก็ประพฤติตัวสงบเสงี่ยมยิ่งนัก ให้ประทับลายนิ้วมือก็ทำตามแต่โดยดี
“ต่อไปที่ดินและเรือนหลังนั้นของหลินซานโก่วก็เป็นของพวกเจ้าแล้ว ก่อนที่เขาจะออกมาจากคุกก็ให้พวกเจ้าเป็นคนดูแลแทน รวมถึงแสดงความกตัญญูต่อแม่เฒ่าหลินแทนเขาด้วย รอจ