ปัญหาอะไรนั้น พวกเขาก็ได้แต่คาดเดาไร้หลักฐาน
“หนึ่งไหว้ฟ้าดิน”
“สองไหว้บิดามารดา”
“สามสามีภรรยา…”
ไม่รอให้ประโยคนั้นสิ้นสุดลงก็ได้ยินเสียงดังปัง ประตูใหญ่ของเรือนสกุลหลินกระแทกผนังบังเกิดเสียงดังสนั่น
ผู้ดำเนินพิธีหยุดชะงัก
คนทั้งหลายหันไปทางต้นเสียง
เงาสี่เงายืนอยู่ตรงหน้าประตู ผู้อยู่ด้านหน้าเป็นสตรีสูงวัยผู้หนึ่ง ในมือของนางมีท่อนไม้หนาเท่าข้อมืออยู่อันหนึ่ง และยังทุบไปบนบานประตูโดยแรง ที่แท้เสียงดังเมื่อครู่ก็เกิดขึ้นเพราะเหตุนี้
“สวรรค์! นั่นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์นี่นา?”
“ไอ้หยา อีกเดี๋ยวคงมีเรื่องสนุกให้ดูแล้วสิ”
“จะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า?”
คนทั้งหลายอดที่จะวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้
แม่เฒ่าหลินและหลินซานโก่วเห็นเย่อวี๋หรานก็สะดุ้งตกใจ
“เจ้ามาได้อย่างไร?” แม่เฒ่าหลินนึกถึงความรู้สึกตอนถูกมีดขวางคอในคราวนั้นก็อดจะร้อนรนไม่ได้
“ข้ามาได้อย่างไร? เจ้าก็ถามได้ประหลาดเสียจริง พ่อตาของลูกชายข้าแต่งงาน ไฉนจึงไม่แจ้งข่าวสะใภ้ห้าของข้าเลยเล่า?” เย่อวี๋หรานยิ้มเย็นพลางก้าวเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ “จะพูดอย่างไรก็เป็นดองกันแล้ว วันสำคัญเช่นนี้ข้ามาขอดื่มสุรามงคลสักจอกก็ไม่แปลกนี่นา?”
“ไม่แปลก แปลกตรงไหน?” แม่เฒ่าหลินร้องเรียกลูกสะใภ้ บอกให้หาม้านั่งมาเพิ่ม แล้วเชื้อเชิญให้เย่อวี๋หรานนั่งลง แต่กลับไม่สนใจหลานสาวทั้งสามคนที่อยู่ด้านหลังเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้พวกนางกล้ากว่านี้ก็ไม่มีทางอาละวาดได้หรอก
ทว่าสิ่ง