งใหญ่วัยสิบเก้าที่หาคนแต่งด้วยไม่ได้แล้ว จึงต้องเร่งจัดงานมงคล เรียกว่า ‘งานมงคลล้างเคราะห์’
พอจัดงานมงคล โชคร้ายก็จะถูกปัดเป่าไปด้วยไม่ใช่หรือ?
หลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยร้องไห้โฮ ไม่อยากเชื่อว่ามารดาของพวกนางจะจากไปทั้งอย่างนี้
ไม่ได้มีเพียงพวกนางที่ไม่เชื่อ แม้แต่เย่อวี๋หรานยังตะลึงไปด้วย ทั้งยังสงสัยว่ามีเรื่องเข้าใจผิดกันหรือไม่ “หมู่บ้านสกุลหลินของพวกเจ้ามีคนชื่อหลินซานโก่วกี่คน?”
หมู่บ้านสกุลหลินมีหลินซานโก่วกี่คน?
คนที่ชื่อมีคำว่าโก่วมีอยู่หลายคน แต่คนชื่อ ‘ซานโก่ว’ ทั้งยังแซ่หลินกลับมีเพียงคนเดียว
เย่อวี๋หรานถอนหายใจแล้วพาหลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยเดินทางไปยังเรือนสกุลหลิน
ท่ามกลางสิ่งประดับประดาสีขาวมีสีแดงปรากฏให้เห็น กึ่งขาวกึ่งแดง ทั้งยังมีสีดำแซมสลับ บันดาลให้เรือนสกุลหลินแลดูงดงามอย่างพิสดาร
โลงศพสีดำตั้งอยู่ด้านหนึ่ง คู่บ่าวสาวยืนเคียงข้างกัน รอบด้านยังรายล้อมด้วยฝูงชนที่มาร่วมแสดงความยินดี
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ทั้งยังเป็นวันส่งท้ายปี ผู้มาร่วมงานมงคลคู่งานศพย่อมมีไม่มาก กอปรกับหลินหมู่เสียชีวิตกะทันหัน คนไม่น้อยลอบพึมพำ แทนที่จะบอกว่ามา ‘ร่วมแสดงความยินดี’ สมควรพูดว่ามา ‘สืบข่าว’ มากกว่า
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหลินหมู่ตายได้อย่างไร?”
“ว่ากันว่าผูกคอตายไม่ใช่หรือ?”
“เหลวไหล ตอนที่พวกข้ามา เสื้อผ้าก็เปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ต้องมีปัญหาแน่นอน”
ส่วนว่าเป็น