ลูกสาวของนาง
“จะบอกอย่างไรเจ้าคะ? เมื่อก่อนท่านแม่ไม่ชอบที่ข้าไปเล่นกับพวกนาง ท่านแม่มักพูดว่าพวกนางเป็นลูกหลานชาวนา เป็นคนที่เดินกันคนละเส้นทางกับข้า…” น้ำเสียงของจูปาเม่ยเจือความอ้างว้าง
เย่อวี๋หรานโอบกอดนาง
ความเสียใจในวัยเด็กไม่ใช่สิ่งที่คำพูดไม่กี่คำจะสามารถชดเชยได้ หลังนางย้อนยุคมาที่โลกนี้ ทั้งวันก็มัวยุ่งอยู่กับเรื่องปากท้องของครอบครัว เพียงมองเห็น ‘ข้อด้อย’ ของจูปาเม่ย แต่กลับไม่เคยตระหนักว่า ที่นางเป็นเช่นนี้ก็เพราะจิตใจมีบางอย่างขาดหายไป
“ท่านแม่” จูปาเม่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหม่นหมอง “ข้าไม่ได้จะโทษท่าน แต่ข้าเป็นห่วงซานเม่ยกับซื่อเม่ย พวกนางเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่ข้าเคยคบมา ข้ากลัวว่าพวกนางกลับไปแล้วจะถูกรังแกเอาได้”
ได้ยินนางย้ำเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เย่อวี๋หรานก็รู้สึกอ่อนอกอ่อนใจ นางประคองใบหน้าของลูกสาวแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “ปาเม่ย ข้าเข้าใจว่าเจ้าเป็นห่วง แต่เรื่องบางอย่างจำเป็นต้องให้พวกนางไปเผชิญหน้าด้วยตนเอง ข้าช่วยพวกนางได้แค่ชั่วคราว แต่ไม่อาจช่วยเหลือไปทั้งชีวิต พวกนางก็มีพ่อมีแม่ ข้าเป็นแค่แม่สามีของพี่สาวคนรองของพวกนางเท่านั้น ข้ายื่นมือช่วยเหลือจนถึงขั้นนี้ก็นับว่าเกินขอบเขตมากแล้ว เจ้าเคยเห็นแม่สามีคนไหนบ้างที่เข้าไปยุ่งกับเรื่องภายในครอบครัวบ้านเดิมของลูกสะใภ้?”
จูปาเม่ยเงียบงัน
“เจ้าอายุยังน้อย ยังไม่เข้าใจ แต่เจ้าจะลองสมมติดูก็ได้ ถ้าในอนาคตเจ้าเติบใหญ่