“ท่านแม่ พวกเขาบอกว่าขอแค่ขายให้ถูกลงหน่อย…” จูซื่อร้อนใจแล้ว เหตุใดถึงไม่ขายเล่า?
คนที่อยากซื้อมีมากขนาดนั้น ต่อให้ขายชุดละหนึ่งเหรียญก็ยังคุ้มค่า ในเรือนมีกระดาษแดงมากมายปานนั้น ซื้อมาทำไม ซื้อมาให้มอดขึ้นงั้นหรือ?
“ขายถูกก็ไม่ขาย” เย่อวี๋หรานกวาดสายตาขึ้นมาสบตากับเขา “พวกเราเป็นครอบครัวบัณฑิตชาวนา ในอนาคตจะมีบัณฑิต แค่เพาะปลูก ไม่ค้าขาย เจ้าไปบอกพวกเขาแบบนี้”
“ท่านแม่!” จูซื่อยังอยากพูดอะไร แต่เมื่อเห็นสายตาของมารดาก็ได้แต่หมุนกายจากไปอย่างคับอกคับใจ
หลังเขาจากไปแล้ว เย่อวี๋หรานก็เรียกต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเข้ามา แล้วกระซิบสั่งความข้างหูพวกเขา
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
พวกเขารอจนจูซื่อพูดกับคนอื่นด้วยท่าทางผิดหวังเสร็จแล้ว ต้าเป่าก็ก้าวออกมา “เดี๋ยวก่อน ท่านย่าของพวกข้าบอกว่าไม่ขายกลอนคู่ แต่ให้เปล่าได้ขอรับ แม้ว่าพวกข้าจะเป็นครอบครัวบัณฑิตชาวนา ไม่ค้าขาย แต่ทุกคนล้วนเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันก็ต้องดูแลกันและกันอยู่แล้ว แค่กลอนคู่ชุดเดียว ยกให้พวกท่านเปล่า ๆ ก็ได้”
เอ้อร์เป่าที่อยู่ข้าง ๆ ยังกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเด็ก ๆ ของเขาว่า “พวกข้าเป็นครอบครัวบัณฑิตชาวนา แค่เพาะปลูก ไม่ค้าขาย ท่านลุงท่านป้าโปรดอย่าจำผิดนะขอรับ”
มีคนเห็นว่าพวกเขาน่ารักน่ามันเขี้ยว ก็อดจะหัวเราะหยอกเย้าไม่ได้ “ทำไมไม่ค้าขายล่ะ? อาสะใภ้สี่ของพวกเจ้าก็ขายเต้าหู้กับน้ำพริกอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”
ต้าเป่ารีบอธิ