เทียมลงไป ผัดไปพลางบอกให้หลิ่วซื่อลองดมกลิ่น “เจ้าลองดมดู มีกลิ่นหอมออกมาแล้วใช่หรือไม่? ก็คือกลิ่นแบบนี้แหละ ผัดออกมาให้ได้กลิ่นนี้ก็ใช้ได้แล้ว ตอนนี้ถ้ามีเครื่องปรุงรสอย่างอื่นจะใส่เพิ่มลงไปด้วยก็ได้…แต่พวกเรามีเพียงเท่านี้ ดังนั้นก็เทหมูสามชั้นกับหัวไชเท้าลงไปได้ หัวไชเท้าสุกเร็ว ไม่ต้องกลัวว่าหากผัดประเดี๋ยวเดียวแล้วพวกมันจะไม่สุก”
เนื่องจากไม่มีน้ำส้มสายชูกับน้ำตาล เย่อวี๋หรานจึงใช้น้ำเชื่อมผลไม้ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวแทน
“โดยส่วนตัวข้าคิดว่าถ้าเนื้อมันเกินไปก็จะเลี่ยน ข้าจึงใส่น้ำเชื่อมผลไม้ที่มีรสชาติหวาน ๆ เปรี้ยว ๆ ลงไปด้วย จะได้ช่วยตัดเลี่ยน” เย่อวี๋หรานกล่าว “แต่ข้าแนะนำว่าให้ใส่น้ำเชื่อมหลังจากใส่ส่วนผสมทุกอย่างครบแล้ว เพราะน้ำเชื่อมจะติดกระทะได้ง่าย”
หลิ่วซื่อจดจำไว้ในใจ
หลังจากคลุกเคล้าน้ำเชื่อมผลไม้จนเข้ากับเนื้อและผักในกระทะ เย่อวี๋หรานค่อยใส่ซีอิ๊วตามลงไป
“ซีอิ๊วนี่ เห็นไหม ข้าเคยพูดถึงก่อนหน้านี้แล้ว เวลานี้ก็ใส่ลงไปได้”
ต่อมาหลิ่วซื่อก็เห็นว่าแม่สามีตักซีอิ๊วลงไปหนึ่งทัพพี ปริมาณมากจนน่าตกใจ “…ท่านแม่ ซีอิ๊วเค็มนะเจ้าคะ”
นางอยากเตือนอีกฝ่ายว่า หลังจากนี้ก็ต้องใส่เกลืออีก ตอนนี้ใส่ซีอิ๊วลงไปมากขนาดนั้นจะเค็มเกินไปหรือไม่?
“ข้ารู้ แต่เจ้าดูนะ ตอนนี้เนื้อหมูเปลี่ยนเป็นสีดำแล้วใช่หรือไม่?” เห็นได้ชัดว่าเย่อวี๋หรานไม่ใส่ใจเรื่องนั้นสักนิด นางเพียงบอกให้หลิ่วซื่อสังเก