ิกโกรธได้แล้ว มีเรื่องอะไรพวกเรามาค่อยพูดค่อยจา จูต้าเหนียงก็ออกปากเองแล้ว”
คนอื่น ๆ ก็พลอยเออออห่อหมก “ใช่แล้ว ๆ พูดกันดี ๆ มีเรื่องอะไรก็คุยกันดี ๆ ทำไมต้องฆ่าแกงกันด้วย?”
“อูย…ชุดข้ายังเปียกอยู่เลย หนาว ๆๆ”
“ข้าก็เหมือนกัน”
……
เหมยถงซานที่ยังไม่อยากยอมแพ้ง่าย ๆ ได้แต่ครุ่นคิดว่า พวกเจ้าแย่งกันพูดไปหมดแล้ว จะให้ข้าพูดอะไร?
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าคนสกุลเหมยด้านหลังเขาจะขาดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเช่นนี้ แล้วจะให้เขา ‘ยัน’ ต่อไปได้อย่างไร?
ช่างมันเถอะ พวกเขาทำถึงขั้นนี้แล้ว ก็ว่ากันตามนี้แหละ
คนสกุลเหมยที่มาถึงด้วยท่าทางห้าวหาญดุดัน ยังไม่ทันไรก็พร้อมใจกันวางอาวุธในมือ จากนั้นก็เข้ามาเจรจาเรื่อง ‘ค่าชดเชย’ กับคนสกุลจูด้วยสีหน้าเกรงอกเกรงใจ
แต่เย่อวี๋หรานจะเจรจาเรื่อง ‘ค่าชดเชย’ กับพวกเขางั้นหรือ?
ล้อเล่นหรือไร!
คนสกุลจูไม่ได้ฆ่าแม่เฒ่าเหมยเสียหน่อย ถ้านางตกลงว่าจะชดเชยให้ก็เท่ากับยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงน่ะสิ?
แต่เย่อวี๋หรานไม่ได้ชักสีหน้า เพียงกล่าวว่าศพยังคงตั้งอยู่ทางนั้น เจ้าหน้าที่ทางการและผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านกำลังตามจับฆาตกรกันอยู่ ในเมื่อต้องการจะคุยเรื่องค่าชดเชย ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสของทั้งสองหมู่บ้านมาเจรจากัน ไม่ใช่มาคุยกับสกุลจู
นางพูดเพียงว่า “ใครทำก็ต้องให้คนนั้นรับผิดชอบ”
ทว่าคนสกุลเหมยเข้าใจไปว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ตกลงว่าจะ ‘ชดเชย’ ให้พวกตนแล้ว จึงต่