างยินดีปรีดายิ่งนัก รีบร้อนกลับไปหาเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสเพื่อเจรจาเรื่องนี้
คนสกุลจูที่ได้เห็นกับตาตนเองว่าเย่อวี๋หรานจัดการส่งคนสกุลเหมยกลับไปได้อย่างไรได้แต่นิ่งงัน
“…”
ช้าก่อน พวกเจ้าเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า มารดาของข้าหมายถึงว่า “ใช่แล้ว ไม่ผิด สมควรให้ฆาตกรเป็นผู้ชดใช้ ไม่มีปัญหา”
“อืม ข้าก็เห็นด้วย แม่เฒ่าเหมยถูกคนทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต พวกเจ้าในฐานะญาติสนิทของผู้เคราะห์ร้ายสมควรได้รับค่าชดเชย”
“ข้าคิดว่าพวกเจ้ามาหาผิดคนแล้ว เรื่องนี้ควรไปคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสไม่ใช่หรือ?”
“และเช้าวันนี้ข้าไปคุยเรื่องนี้กับพวกเขามาแล้ว”
เย่อวี๋หรานต้องการสื่อความหมายเช่นนี้ต่างหาก
…
“ท่านแม่ ทำไมข้ารู้สึกว่าพวกคนสกุลเหมยโง่กันจังเลยเจ้าคะ?” หลี่ซื่อเห็นคนสกุลเหมยจากไปแล้วก็กระเถิบเข้ามากล่าวเสียงเบาต่อหน้าเย่อวี๋หราน “ตอนที่พวกเขาออกจากประตูเรือนไปเมื่อครู่นี้ ข้าได้ยินพวกเขาทะเลาะกันเรื่องค่าชดเชยด้วยเจ้าค่ะ”
“ข้าก็ได้ยินเหมือนกัน คล้ายกับมีคนคิดว่าตนเองลงแรงเยอะ อยากได้ส่วนแบ่งมากหน่อย แต่อีกคนก็ม่ยอม” หลินซื่อก็กระโดดเข้ามาร่วมวงด้วย
จูอู่รุดมาชมว่าน้ำเย็นอ่างนั้นของท่านแม่สาดได้ดียิ่งนัก ตอนที่พวกนั้นจากไปยังตัวสั่นระริกกันอยู่เลย
จูเหล่าโถวกลับมีสีหน้ามึนงง “หรานเหนียง ยังหาตัวฆาตกรไม่พบไม่ใช่รึ ทำไมพวกเขารีบเรียกค่าชดเชยแล้ว?”
“นั่นเป็นเรื่องของสกุลเหมย เจ้าจะสนใจทำไม?” เย่อวี๋หรา