นพูด “เดี๋ยวเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสก็จัดการเรื่องนี้กันเองนั่นแหละ ต่อจากนี้ก็ไม่มีธุระของพวกเราแล้ว”
“ท่านแม่ ถ้าพวกเขาพบว่าหาตัวฆาตกรไม่เจอ ไม่ได้ค่าชดเชย แล้วจะกลับมาหาพวกเราอีกไหมเจ้าคะ?” หลิวซื่อค่อนข้างกังวล
“พวกเขาไม่ใช่คนไร้เหตุผลเสียหน่อย เจ้าจะกลัวอะไร?”
หลิวซื่อคิดในใจว่า ท่านแม่ ทั่วหมู่บ้านย่านนี้ คนสกุลเหมยเป็นพวกไร้เหตุผลที่สุดแล้ว ท่านเข้าใจอะไรพวกเขาผิดไปหรือเปล่า?
เย่อวี๋หรานคิดในใจว่า เปล่า ไม่ได้เข้าใจผิด เพียงแต่ต่อหน้าข้า พวกเขาไม่อาจทำตัวไร้เหตุผลได้ ก็เท่านั้นแหละ
อีกด้านหนึ่ง คนสกุลเหมยออกจากเรือนสกุลจูมาได้ก็ตรงไปยังเรือนของเจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจูทันที
เพราะพวกเขาสอบถามมาได้ความว่า เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสจากหมู่บ้านสกุลเหมยกำลัง ‘เจรจา’ เรื่องแม่เฒ่าเหมยกันอยู่ที่นั่น ประจวบเหมาะยิ่งนัก เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสของสองหมู่บ้านล้วนอยู่กันพร้อมหน้า เช่นนี้ก็จัดการได้ง่ายแล้ว
แต่ความจริงกลับต่างจากที่พวกเขาคิดไว้ เพราะพวกเขาเพิ่งจะมาถึงก็ได้ยินเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสกำลังหารือปัญหาที่ว่า “จางเยียนอยู่ที่ไหน” กันอยู่
ครั้นนึกถึง ‘หลานชายสกุลเหมย’ ที่อยู่ที่ไหนสักแห่งข้างนอกนั้น พวกเหมยถงซานก็สอบถามอย่างสนอกสนใจอยู่หลายประโยค
“อุ้มท้องโตแบบนั้น ผู้ใดจะไปรู้ว่าไปไหนแล้ว?” ผู้อาวุโสสกุลเหมยกล่าว “ทางหมู่บ้านสกุลจางก็ช่วยสอบถามกับคนที่เคยไปมาหาสู่กับแม่น