บนี้ เรื่องนี้ทุกคนล้วนคุ้นเคยดี ต่างก็เข้าประจำตำแหน่งของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว
จูเหล่าโถวหาเก้าอี้สองตัวมาวางไว้ตรงกลาง ตระเตรียมไว้สำหรับตนเองและเย่อวี๋หราน
เย่อวี๋หรานคิดถึงคราวก่อนตอนที่นางต้องการจะจัดเช่นนี้ จูเหล่าโถวยังรู้สึกว่านั่งลงไม่ค่อยองอาจเท่าไหร่จึงไม่ยอมเห็นด้วย คิดไม่ถึงว่าหลังมีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง จูเหล่าโถวกลับชอบ ‘รูปแบบ’ เช่นนี้ขึ้นมา
ช่างเป็น…
ผลัวะ!
ประตูเรือนสกุลจูถูกคนเตะเปิดออกเสียงดัง ตัดบทความคิดของเย่อวี๋หรานทันที
ผู้มามีประมาณสิบคนเหมือนที่มีคนเอาข่าวมาบอก จำนวนคนใกล้เคียงกับคนสกุลจู
ฝ่ายตรงข้ามมีทั้งบุรุษสตรี ทุกคนล้วนพกอาวุธมาด้วย แต่เมื่อเทียบกับลูกชายหลายคนของสกุลจูที่ร่างสูงใหญ่กำยำ คนสกุลเหมยก็แลดู ‘ตัวผอมเล็ก’ ไปถนัดตา
ทั้งเหมยถงซานและเหมยอี้ล้วนจัดอยู่ในประเภท ‘ผอมแห้งเห็นกระดูก’ จนถึงขั้นหน้าแหลมแก้มตอบเหมือนลิง ชวนให้คนเห็นแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่คนดีอะไร
เย่อวี๋หรานไม่พูดพร่ำก็สาดน้ำเย็นทั้งอ่างไปทางฝ่ายตรงข้ามทันที
ซ่า
คนสกุลเหมยที่มาถึงด้วยท่าทางพร้อมเอาเรื่องถูกน้ำเย็นแทรกซึมเข้าร่าง เหน็บหนาวจนร่างสั่นสะท้าน ท่วงทีแลดูอ่อนด้อยลงไปทันที
คนสกุลจูรู้สึกเห็นใจขึ้นมาชั่วขณะ “…”
ซี้ด… น้ำอ่างใหญ่เบ้อเร่อที่สาดมากะทันหันนั้นยังเย็นอยู่มาก
สมแล้วที่เป็นท่านแม่ สาดได้แม่นจริง ๆ
เย่อวี๋หรานสะบัดอ่างทิ้งลงบนพื้น ตีหน้าเย็นชา เชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล