านตอบ “ข้าไม่รู้ อาจจะกระมัง”
จูซานเอ่ยว่า “ที่จริง นางไปแล้วก็ดีเหมือนกัน”
เย่อวี๋หรานตอบรับ “อืม”
กลัวก็แต่จะไม่ไปมากกว่า
ท่ามกลางราตรีมืดมิด จางเยียนเดินอยู่บนเขา ทั่วทั้งร่างเปียกโชก
แต่นางไม่กล้าหยุด ทางหนึ่งใช้มือปาดน้ำตาบนใบหน้า ทางหนึ่งก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างยากเย็น
นางกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เจ็บใจยิ่งนัก
เพราะนางคิดไม่ถึงเลยว่า นางยังไม่ทันได้ขุดคุ้ย ‘ความลับ’ ของสกุลจู กลับมาถูกแม่เฒ่าเหมยที่นางลืมไปนานแล้วพบเข้าเสียได้
“นังบ้า!”
นางหาได้อยากฆ่าแม่เฒ่าเหมย แต่เมื่อนางได้สติคืนมา แม่เฒ่าเหมยก็ทอดร่างบนพื้นเลือดนองศีรษะเสียแล้ว
“นางจะฆ่าข้าก่อน!”
จางเยียนต้องการบอกตัวเองว่านางไม่ผิด ถ้าแม่เฒ่าเหมยไม่ได้จะมาฆ่านางก่อน นางก็ไม่มีทางทำเช่นนั้นต่อแม่เฒ่าเหมย
น้ำฝนชะล้างคราบเลือดบนมือนาง ความหนาวเหน็บทั่วร่างแช่แข็งความคิดของนางเอาไว้ นางรู้เพียงว่า นางต้องหนี หนีได้ไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ทันทีที่มีคนพบว่านางสังหารแม่เฒ่าเหมย สิ่งที่รอนางอยู่คงไม่ใช่จุดจบที่ดีแน่นอน
ถ้านางไม่อยากตายก็ต้องหนีไปให้ไกล
ปั้ก!
จางเยียนล้มคะมำลงบนพื้น นางอยากลุกขึ้นมา ทว่าสติสัมปชัญญะของนางกลับหลุดลอยออกไปทุกที
นางอยากให้ข้าตายงั้นหรือ?
แต่ข้าไม่ยอม!
ข้าไม่ยอมหรอก!
ราตรีนั้น เย่อวี๋หรานนอนหลับไม่สนิทเลยแม้แต่น้อย
นางเอาแต่ฝันเห็นจางเยียนถูกขังไว้ที่ไหนสักแห่ง ร้องไห้คร่ำครวญว่า “ช่วยข้าด้วย! ขอร้องท่าน ช่วย