เก็บถั่วเหลืองกลับมาด้วย จะปล่อยให้ถั่วเหลืองถูกฝนไม่ได้” เนื่องจากเย่อวี๋หรานย้ำกับพวกนางเสมอว่าให้ระวังไม่ให้ถั่วเหลืองถูกน้ำ หลินซื่อจึงจำเรื่องนี้ได้ขึ้นใจ
“พี่สามเห็นว่าฟ้าเปลี่ยนสีแล้ว จึงให้พวกข้าลงเขามาก่อนเวลาปกติ” จูอู่พูด “วันนี้โชคไม่ดี ไม่เจอคุณชายกาน จึงหาถั่วเหลืองไม่เจอ แต่พวกข้าเก็บผลไม้ป่ากับฟืนแห้งกลับมาได้จำนวนหนึ่ง”
“ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ฝนยังไม่ตก พวกเรารีบกลับกันเถอะ”
สีท้องฟ้ามืดครึ้มมากขึ้นเรื่อย ๆ จูต้าจึงบอกให้ทุกคนสวมเสื้อฟางกันฝน ถ้าฝนตกขึ้นมาจะได้ไม่สายเกินการณ์
ส่วนหมวกฟาง ตอนนี้ลมยังแรงอยู่จึงยังไม่ใส่
โชคดีที่สมัยนี้ยังไม่มีปูน สกุลจูก็ยังฐานะไม่ดีพอจะใช้อิฐ ของที่ผึ่งลมจึงใช้เสื่อหรือกระจาด เวลาเก็บเข้ามาจึงรวดเร็วยิ่งนัก
ก่อนฝนจะเทลงมา เย่อวี๋หรานก็พาบรรดาลูกสะใภ้ออกไปม้วนเสื่อและยกกระจาดเข้ามาเก็บไว้ในเรือน
พอฝนเริ่มลงเม็ดก็เป็นตอนที่กำลังเก็บเสื่อผืนสุดท้ายพอดี
“ไอ้หยา ฝนตกหนักเกินไปแล้ว!” หลิวซื่อมองฝนเม็ดเป้งเหล่านั้นก็นึกประหลาดใจ “หลายปีแล้วที่ฝนไม่ได้ตกหนักแบบนี้”
หลี่ซื่อที่ปลอบลูกน้อยเสร็จแล้วอุ้มหนึ่งในเด็กสองคนนั้นเดินออกมาจากห้อง “ใช่น่ะสิ ฝนไม่ตกหนักแบบนี้มาหลายปีแล้ว ดูสีท้องฟ้าสิ มืดอย่างกับอะไรดี ถ้าไม่รู้คงนึกว่ามืดค่ำแล้วเสียอีก”
เย่อวี๋หรานลองแตะ ๆ ของที่เก็บเข้ามา คัดขึ้นมาหลายชิ้นพลางบอกให้หลิ่วซื่อกับหลิวซื่อหาถุงกระสอบมาใส่ “พว