้นมาก็ต้องชดใช้ค่าผ้า”
“งั้นก็ปล่อยไว้ที่เดิมแล้วกัน รอจนพวกเจ้ารองกลับมาค่อยให้พวกเขาไปเก็บ อย่างไรเสียพวกเขาก็คงจะเปียกกันหมดแล้ว” เย่อวี๋หรานมองฝนฟ้าแล้วมองเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านของลูกสะใภ้ สุดท้ายจึงกล่าวขึ้นมาเช่นนั้น
“เจ้าค่ะ งั้นก็รอให้พวกเขากลับมาก่อนค่อยว่ากัน แต่ไม่รู้ว่าน้องสะใภ้ห้าออกไปแล้วเจอพวกเขาหรือยัง” หลิวซื่อมองฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“คงเจอกระมัง พวกเขาไม่โง่เสียหน่อย เห็นฝนตั้งเค้าก็คงจะลงจากเขามาแต่เนิ่น ๆ แล้ว” มีจูซานอยู่ด้วย เย่อวี๋หรานไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่ แต่พูดไปพูดมา นางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “เอ๊ะ? เห็นพ่อสามีของพวกเจ้าไหม? วันนี้เขาไม่ได้ขึ้นเขาไปกับพวกเจ้าใหญ่กระมัง?”
หลิวซื่อไม่ค่อยแน่ใจ “ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ แต่ไม่ได้ยินเหล่าเอ้อร์ (คำเรียกสามี หมายถึงจูเอ้อร์) พูดถึงนะเจ้าคะ”
“ฝนตกหนักขนาดนี้ ทำไมพ่อสามีของพวกเจ้ายังไม่กลับมาอีก?” เย่อวี๋หรานพลันนึกถึงแม่ม่ายฉินขึ้นมา
ช่วงนี้สกุลจูวุ่นวายไม่หยุดหย่อน หลี่ซื่อก็ไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกแล้ว ดังนั้น ในหมู่บ้านยังมีคนลือกันอยู่หรือไม่ นางก็ไม่รู้แน่ชัด
แต่ก่อนหน้านี้จูซานบอกนางว่าจูเหล่าโถวปฏิเสธว่าไม่ได้มีอะไรกับแม่ม่ายฉิน ต่อมานางก็ไปคุยกับจูเหล่าโถวแล้ว พบว่าจูเหล่าโถวน่าจะยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่เป็นเรื่องความไม่เข้าใจกันระหว่างสามีภรรยามากกว่า
ถ้านางโน้มน้าวจูเหล่าโถวสำเร็จ เขาไม่น่าจะไป