ื่อสรรหาถ้อยคำดี ๆ มากล่าวชมเชยด้วยความดีอกดีใจ
เย่อวี๋หรานกลอกตา “พอแล้ว พวกเจ้าทำงานเสร็จแล้วก็ช่วยข้าตามหาสักหน่อย ดูว่านางไปที่ไหนแล้ว”
“เจ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว ท่านแม่”
……
‘นาง’ ที่เย่อวี๋หรานกล่าวถึงย่อมเป็นจางเยียนที่สมควรเก็บตัวอยู่ในห้อง
น่าเสียดาย ครั้นอยู่ไฟครบเดือน สตรีผู้นี้ก็อยู่เฉยไม่ไหวเสียแล้ว มักแอบออกไปข้างนอกตอนที่นางไม่ทันสังเกตอยู่เป็นประจำ
พอเย่อวี๋หรานห้ามปราม นางก็ชักสีหน้าไม่พอใจ บอกว่าตนเองถูกขังจนใกล้จะเสียสติอยู่แล้ว
เฮอะ!
งานการอะไรก็ไม่ได้ทำ แต่อาศัยอยู่ในเรือนสกุลจู กินข้าวของสกุลจู ยังมีหน้ามาพูดว่าตนเองถูก ‘ขัง’ จนจวนจะเสียสติ?
ถ้ารังเกียจสกุลจูนัก ทำไมไม่หนีไปให้รู้แล้วรู้รอด ยังอยู่ที่เรือนสกุลจูทำไมไม่ทราบ
บอกแล้วว่าตอนนี้นางไม่ควรปรากฏกายขึ้นในหมู่บ้านสกุลจู ถ้าถูกคนอื่นพบเข้าตอนอยู่ข้างนอกจะทำอย่างไร?
น่าเสียดายที่จางเยียนไม่ฟัง
“ท่านแม่ มีอะไรหรือเจ้าคะ ยังหาแม่นางสกุลจางไม่เจอหรือ?” หลี่ซื่อกำลังป้อนนมให้ทารกทั้งสอง ครั้นเห็นแม่สามีเข้ามาก็ถามขึ้น
“อืม! ข้าให้คนอื่นไปช่วยหานางหลังจากจัดการไก่เสร็จแล้ว” เย่อวี๋หรานขมวดคิ้ว รู้สึกหงุดหงิดใจ
นางคิดว่าการที่นางให้จางเยียนอยู่เรือนสกุลจูไปก่อนชั่วคราวเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดใช่หรือไม่?
ตั้งแต่ย้อนยุคมา นางก็มีชีวิตราบรื่นมาตลอด แต่บางทีคงจะ ‘ราบรื่น’ เกินไป ทำให้ทึกทักไปเองว่าเมื่อนางพูดแล้วทุกคนก็จ