บทที่ 161 ฝาแฝด
จวบจนยามนี้ จูซานจึงตระหนักได้ว่าระหว่างเขากับจางเยียนนั้นเป็นไปไม่ได้
ไม่กล่าวถึงเรื่องสวมหมวกเขียว เอาแค่เรื่องลูก เขาก็ไม่สามารถยกโทษให้จางเยียนได้อีกแล้ว
หลายวันให้หลัง ซื่อเป่าค่อยเริ่มตัวขาวขึ้นมาบ้าง เย่อวี๋หรานจึงให้คนในเรือนค่อย ๆ ปล่อยข่าวว่าหลี่ซื่อคลอด ‘ฝาแฝด’ ออกไป
“ฝาแฝด?!” แม่เฒ่าที่มารับผ้ามีสีหน้าตกตะลึง รีบสอบถามกับจูปาเม่ยทันที
จูปาเม่ยเทียบหมายเลขบนป้ายของแม่เฒ่าผู้นั้นแล้วเอาผ้าที่ใส่กรอบไว้ออกมา ส่งให้แม่เฒ่าตรวจดู ก่อนจะกล่าวพร้อมรอยยิ้มยินดีว่า “ใช่น่ะสิเจ้าคะ เป็นฝาแฝด แม่ข้าดีใจอย่างกับอะไรดี ไม่อย่างนั้น ท่านคิดว่าด้วยนิสัยโปรดปรานลูกสาวรังเกียจลูกชายของแม่ข้าจะดูแลพี่สะใภ้สี่เป็นพิเศษหรือ? เป็นเพราะลูกแฝดยากจะพบพาน คิดว่าหายากอย่างไรเล่า”
“ก่อนหน้านี้ไม่เห็นหมอตำแยจะพูดถึงเลยนี่?” ท่านอาอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ นึกสงสัย
“จะเพราะอะไรอีกล่ะเจ้าคะ ก็เพราะว่าตอนเกิดนั้นซื่อเป่าอ่อนแอเกินไป แม่ข้ากลัวว่าจะเป็นการบั่นทอนบุญวาสนาของซื่อเป่า จึงให้พวกข้าปิดปากเงียบ ส่วนหมอตำแย ตอนนางมาถึงซื่อเป่าก็คลอดแล้ว” เมื่อได้ติดต่อกับคนข้างนอกนานเข้า จูปาเม่ยในตอนนี้ก็ยิ่งมีคารมคมคาย พูดจาไหลลื่นคล่องแคล่ว ดูคล้ายหลี่ซื่อไม่น้อย
เพราะคนสกุลจูเตรียมการกันมาก่อนแล้วภายใต้การอบรมของเย่อวี๋หราน ทั้งยังคิดแผนการรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ เอาไว้พร้อมสรรพ ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่า