สกุลจู แต่เป็น ‘สะใภ้สาม’ ที่ไม่รู้ว่าไปไหนเสียแล้วในคำร่ำลือสินะ?!
เขาถึงกับใจสั่นสะท้าน
“หุบปาก!” เย่อวี๋หรานคำรามใส่คนที่อยู่หลังม่าน “เจ็ดเดือนรอดแปดเดือนลูกผีลูกคน เจ้ายังปากมากอีก แม้แต่หมอก็ช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว”
จางเยียนตกใจไม่เบา เอาแต่ขอร้องเย่อวี๋หรานไม่ว่าอย่างไรก็ต้องช่วยนางกับลูกเอาไว้ให้ได้
“ข้าจะให้ท่านหมอช่วยเจ้าไว้ให้ได้ ส่วนว่าจะช่วยเด็กได้หรือไม่ รอเขาคลอดออกมาก่อนค่อยว่ากัน”
เย่อวี๋หรานให้หลินซื่อกับหลิวซื่อปลอบขวัญจางเยียน แล้วส่งสายตาให้หมอชาวบ้านออกไปคุยกับนางข้างนอก
หมอชาวบ้านรู้ว่าเรื่องราวซับซ้อนเช่นนี้ ในใจก็พลันหวาดหวั่น
“ข้ารู้ว่าการคลอดครั้งนี้คงจะยาก แต่ท่านไม่อาจพูดออกมาต่อหน้านาง ไม่อาจให้เรื่องนี้มากระทบจิตใจของสตรีที่กำลังจะคลอด เข้าใจใช่ไหม?” เย่อวี๋หรานกล่าวพลางจ้องตาหมอชาวบ้าน “แล้วก็คนที่กำลังจะคลอดคือสะใภ้สี่บ้านข้า อย่าจำผิดเสียล่ะ”
หมอชาวบ้านขานรับ “เข้าใจแล้ว”
“สถานการณ์ของนางเป็นอย่างไรบ้าง?”
หมอชาวบ้านย่อมไม่ปิดบังเย่อวี๋หราน พูดออกมาตามความจริง
สถานการณ์ของจางเยียนไม่ดีเท่าไหร่ ไม่เพียงขาดสารอาหารเท่านั้น แต่การตอบสนองของเด็กในครรภ์ก็ไม่สู้ดีนัก การคลอดค่อนข้างอันตราย
“อันตรายไม่กลัว ท่านแค่ต้องรับประกันว่าคนแม่จะไม่เป็นไรก็พอแล้ว”
ตอนที่รู้ว่าจางเยียนขาดสารอาหาร เย่อวี๋หรานก็กลัวว่าจะคลอดก่อนกำหนดแล้ว คิดไม่ถึงว่ายิ่งกลัวก็ยิ่งกลายเป็นเร