นเป็นย่านั่นเอง ท่านแม่ ข้าแต่งเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ในครอบครัวพวกท่านได้ก็เปรียบเสมือนเกิดมาท่ามกลางวาสนาแล้วเจ้าค่ะ”
ปากหวานปานนี้ มักจะประจบเยินยอเย่อวี๋หรานอยู่เป็นประจำ แล้วเย่อวี๋หรานจะไม่รู้สึกเหมือนได้กินน้ำผึ้งได้อย่างไร?
คนในครอบครัวเพียงคิดว่านางลำเอียงรักหลี่ซื่อ แต่กลับไม่คิดบ้างว่ายามหลี่ซื่ออยู่ต่อหน้านางนั้นเป็นอย่างไร
ไฉนเลยจะเหมือนพวกเขา ทำราวกับว่ามารดาทำอะไรก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว และชอบด้วยเหตุผล ส่วนคำว่า ‘ขอบคุณ’ สักคำไม่เคยจะมี เมื่อมีคนให้เปรียบเทียบ เวลาผ่านไปนานเข้า คนเราจะไม่ลำเอียงได้หรือ?
เย่อวี๋หรานคิดว่านางพยายามอย่างยิ่งแล้วที่จะยุติธรรมกับทุกคน หรือถ้าแค่นางยิ้มมากขึ้นสักนิดเวลาอยู่ต่อหน้าหลี่ซื่อก็ยังไม่ได้?
“ท่านแม่ ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ?” จางเยียนกำลังแอบกินปลาแห้งชิ้นเล็ก แต่เมื่อได้ยินเสียงเย่อวี๋หรานเดินเข้ามาก็ตกใจจนรีบยัดของกินไว้ใต้ผ้าห่ม
เย่อวี๋หรานชำเลืองมอง “เจ้าสามเอามาให้?”
จางเยียนยิ้มแห้งพลางกล่าวว่า “คือว่า…เขาเอามาให้ลูกเขาเจ้าค่ะ กลัวว่าข้าจะทำให้ลูกชายของเขาหิว”
เย่อวี๋หรานเข้าใจดี ถ้าจางเยียนไม่บ่นให้จูซานฟังว่านางหิว อีกทั้งตนเองก็เคยพูดเรื่องจางเยียนขาดสารอาหารให้จูซานฟังมาก่อน จูซานจะแอบเอาของกินมาให้จางเยียนหรือ?
นางไม่ถือสาที่จูซานเอาของกินมาให้จางเยียน แต่นางก็จำเป็นต้องเตือนสติจูซานสักหน่อย อย่างไรเสียตอนนี้เขากับจางเยียน