ยนเรียกขานอย่างยากลำบาก นางกุมชายกระโปรงของเย่อวี๋หรานราวกับคว้าฟางช่วยชีวิต “ท่านแม่ ขอร้องท่านแล้ว ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ช่วยข้าด้วย ข้าขาดโหยวโหย่วไม่ได้ ข้าชอบเขาจริง ๆ ไม่อย่างนั้นปีนั้นก็คงไม่แต่งให้เขาแล้ว…”
นางคิดไม่ออกเลยว่าถ้านางถูกไล่ออกไปจากสกุลจูแล้วต่อไปจะต้องทำอย่างไร
นางกล้าทำเรื่องราวเช่นนี้ก็เพราะอาศัยว่าจูซานให้ท้ายนางมาตลอด คิดว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ที่นี่ก็จะถอยให้นาง แต่นางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ถ้าวันหนึ่งจูซานไม่โอนอ่อนผ่อนปรนให้นางอีกแล้วเล่า?
“มีอยู่วิธีหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าเจ้าจะกล้าเดิมพันหรือไม่”
“วิธีอะไรหรือเจ้าคะ?”
“เจ้าต้องตายเพราะคลอดยาก” เย่อวี๋หรานจ้องตาจางเยียน
จางเยียนสูดลมหายใจเย็นเยือกทันที “ท่านแม่จะให้ข้าตาย?!”
“ไม่ใช่ตายจริง ๆ แต่เป็นตายปลอม” เย่อวี๋หรานอธิบาย “ตอนนี้เจ้าติดค้างหลานชายหนึ่งคนให้แม่เฒ่าเหมย ติดค้างหมูตัวหนึ่งให้บ้านเดิมของเจ้า ทั้งยังทำให้สกุลจูของข้าสูญเสียลูกสะใภ้ไปหนึ่งคน ตอนนี้ไม่ว่าเจ้าจะเลือกอย่างไร ขอเพียงเจ้ามีชีวิตอยู่จะต้องมีปัญหาตามมามากมายแน่นอน แต่ถ้าเจ้า ‘ตาย’ แล้วเล่า? เมื่อเจ้าตายไปแล้ว ทุกประการล้วนสลายไปเหมือนหมอกควัน สกุลจูมีข้าอยู่ เจ้าก็เป็นลูกสะใภ้ที่สกุลจูหย่าขาดไปแล้ว พวกเขาไม่กล้ามาหาเรื่องแน่นอน ได้แต่ยอมรับว่าตนเองโชคร้าย”
“ตายปลอม? แล้วข้าล่ะเจ้าคะ? ข้า…” ข้าจะทำอย่างไร?
“เจ้าตายแล้ว เจ้าสามก็จะไม่ถูกต