อาไว้แล้วพูดว่า “เหตุผลมากมายของเจ้าไม่สำคัญเลย แต่ประเด็นอยู่ที่สามีของเจ้าคิดอย่างไร เขายืนอยู่ฝั่งเดียวกันกับเจ้าหรือไม่ ข้าเรียกเจ้าว่าเมียเจ้าสาม เพราะเห็นแก่เด็กในท้องเจ้า เห็นแก่ที่เจ้าเรียกข้าว่าท่านแม่ แต่ที่จริงแล้วตอนนี้ข้าสมควรเรียกเจ้าว่าแม่นางจางเยียน เพราะตอนนี้เจ้าไม่ใช่เมียของเจ้าสามอีกต่อไปแล้ว เรื่องนี้ดูเพียงผิวเผินอาจเหมือนข้าเป็นคนตัดสินใจ แต่ที่จริงแล้วเจ้าสามไม่ได้ออกหน้าเพื่อเจ้าเลย เจ้าน่าจะเข้าใจท่าทีของเขาได้แล้ว”
ดวงตาของจางเยียนค่อย ๆ เบิกกว้าง เผยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ “ท่านแม่ ท่านหมายความว่า…”
“เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ไม่ได้ออกหน้าเพื่อเจ้า เจ้าคิดว่าเขาจะไม่ถือสาเลยหรือ? เจ้าคิดว่าถ้าคนอื่นรู้เรื่องของเจ้ากับเจ้าสาม พวกเขาจะไม่พูดว่าเจ้าสวมหมวกเขียวให้เขา ไม่กล่าวหาว่าเจ้าสามเป็นผู้ชายตาขาวไร้ประโยชน์? เจ้าสามไม่เหมือนพ่อของเขา เขาเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง เขายินดีเป็นที่พึ่งให้เจ้า แต่เจ้าไม่ถามเขาสักคำก็ริบสิทธิ์ของเขาไป แล้วเขาจะไม่ถือสาเลยได้อย่างไร?”
จางเยียนรู้สึกเหมือนหัวใจของตนเองถูกอะไรบางอย่างขยุ้มเอาไว้ ทั้งหวาดกลัวและสิ้นหวัง
“คนที่จะใช้ชีวิตกับเจ้าก็คือเขา แต่เมื่อเขาไม่เปิดใจให้เจ้าอีกต่อไปแล้ว เจ้าคิดว่าพวกเจ้าสองคนยังจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อไปได้อีกหรือ? ต่อให้เห็นแก่ลูก ในช่วงสั้น ๆ อาจไม่มีปัญหา แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าล่ะ?”
“ท่านแม่…” จางเยี