คนทึ่มใช่หรือไม่ ข้าไม่ได้ทรยศพี่สามจริง ๆ ข้าไม่ได้…”
จางเยียนเชื่อว่าตราบใดที่นางยังไม่ได้ทรยศจูซาน เขาจะต้องให้อภัยอย่างแน่นอน
นางคิดด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความหวัง เมื่อวานตอนที่จูซานเห็นนาง ไม่ใช่ว่าทั้ง ‘ดีใจและแปลกใจ’ มากเลยหรอกหรือ พอรู้ว่านางยังไม่ได้กินข้าวเย็นก็ยังแอบ ‘หา’ ปลาจากในบ้านมาให้นางอีก
ทั้งหมดนี่ยังอธิบายไม่ชัดเจนหรือว่าในใจของเขาแท้จริงแล้วยังมีนางอยู่?
“เจ้าวางใจเถอะ เจ้าท้องโตขนาดนี้ พวกเราสกุลจูไม่มีนิสัยที่จะไล่คนออกไปตายต่อหน้าหรอก” เย่อวี๋หรานคิดอยู่ชั่วขณะ ตอนนี้เดินมาถึงทางตันแล้ว แต่นางก็ยังไม่ควรปากเปราะ “แต่หากจะมาพึ่งพาสกุลจูของเรามันก็ไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้นเหมือนกัน”
จากนั้นนางก็ให้คนพาจางเยียนกลับไปที่ห้องของจูซาน (เพราะไม่มีที่ให้ขังคนแล้ว) และให้หลินซื่อส่งน้ำให้อีกฝ่ายและเฝ้าอยู่ที่นั่น
“เจ้าสามรอข้าตรงนี้สักเดี๋ยวสิ”
เย่อวี๋หรานพูดคำหนึ่งก็ส่งหลิวซื่อและผู้ชายสกุลจูให้ไปเดินเล่นในหมู่บ้าน ส่วนหลิ่วซื่อไปทำอาหารกลางวันต่อ ขณะที่ตัวนางเองเข้าไปในห้องของหลี่ซื่อเพื่อดูสถานการณ์ ทั้งยังบอกเรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอกให้หลี่ซื่อฟังโดยเลี่ยงไม่ให้ทารกน้อยที่นอนอยู่ได้ยิน
จูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ย ทั้งสามคนพูดคุยเป็นเพื่อนหลี่ซื่อในห้องไปด้วยทำสร้อยข้อมือของพวกนางต่อไปด้วย
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่ามีหน้าที่เล่นเป็นเพื่อนจูชีหรือลุงเจ็ดของพวกเขาในสน