ดลูกได้ที่ไหน” จูปาเม่ยคิดไม่ถึงว่าพี่ห้าก็ทำพลาดโง่ ๆ แบบนี้เป็นด้วย จึงหัวเราะชอบใจใหญ่
คนในลานเรือนต่างก็หัวเราะเบิกบานใจ
จางเยียนตามหลังจูเหล่าโถวกลับมาถึงเรือนในเวลานี้เอง
ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ แต่นางรู้สึกเหมือนมีคนกำลังจับตามองอยู่
แต่เมื่อนางหันกลับไปก็ไม่เห็นใคร
หรือข้าแค่มองผิดไป?
ครั้นคนสกุลจูเห็นสตรีอุ้มท้องโตปรากฏกายขึ้นหน้าประตูเรือนอย่างกะทันหันก็พากันตกใจ เสียงหัวเราะรื่นเริงหายไปในพริบตา เหลือไว้เพียงความเงียบงัน
มีคนไม่น้อยมองไปทางจูซาน ร้ายจริง ๆ ภรรยาตั้งครรภ์แล้ว ยังปล่อยให้มารดาปลดภรรยาได้อีก?!
จูซานมองไปทางจางเยียนด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ตกลงกันดิบดีแล้วนี่นา ทำไมนางถึงมาที่เรือนเสียได้?!
เห็นได้ชัดว่าเย่อวี๋หรานก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าจางเยียนตั้งครรภ์แล้ว
จนถึงขณะนี้ นางเพิ่งตระหนักว่าตนเองทำพลาดไปอย่างหนึ่ง ตอนที่นางจะปลดจางเยียน น่าจะพบตัวจางเยียนก่อนค่อยตัดสินใจ
“เจ้า…” จูเหล่าโถวมีท่าทางเดือดดาลเหมือนจะมาคิดบัญชีกับเย่อวี๋หราน แต่เมื่อเห็นสายตาของนาง โทสะก็พลันมอดลง เขาจึงไม่ได้พูดคำว่า ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ ออกมา
“เมียเจ้าสามท้องแล้ว ทำไมเจ้าถึงปลดนางเล่า?” เขากล่าวถึงตอนท้ายก็เปลี่ยนจาก ‘คาดคั้น’ เป็น ‘ตัดพ้อ’
ลูกชายกับลูกสะใภ้สกุลจูที่นึกว่าท่านพ่อกับท่านแม่จะทะเลาะกันแล้วได้แต่นิ่งงัน “…”
“เข้ามาก่อนแล้วค่อยพูด” เย่อวี๋หรานไม่ได้อธิบาย แต่บอกให้จางเยีย