ยงดังก็ยิ่งแข็งแรงไม่ใช่หรือเจ้าคะ?” หลี่ซื่อกังวล หากตนเองคลอดเด็กผู้ชายออกมาก็ช่างเถอะ ถ้ายังเป็นคนสมองทึ่มเหมือนจูชีอีกคน จะไม่ถูกแม่สามีรังเกียจไปจนตายเลยหรือ?
“มีคำกล่าวแบบนี้อยู่จริง ๆ แต่ความหมายของคำกล่าวนี้ก็คือ ทารกร้องไห้เสียงดังแสดงให้เห็นว่าปาก ลำคอ และคอหอยของเขาใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหา ดังนั้นเขาสามารถเติบใหญ่ได้แข็งแรง แต่ลูกของเจ้าร้องก็ร้องไปแล้ว ลมหายใจต่อเนื่องสม่ำเสมอ หมายความว่าไม่มีปัญหาอะไร” เย่อวี๋หรานจัดแจงทารกเสร็จแล้วก็อุ้มเขาไปวางไว้บนทรวงอกของหลี่ซื่อ
พร้อมทั้งแสดงแขนขาเล็กจ้อยของเด็กน้อย รวมถึงดวงตาและใบหูให้หลี่ซื่อดู เพื่อให้นางมั่นใจว่าแขนขาและอวัยวะทั้งห้าของเขาล้วนไม่มีปัญหา
หลี่ซื่อเวียนศีรษะ มองเจ้าตัวเล็กที่ผอมกะหร่องราวกับลูกลิง ไม่อยากเชื่อว่านั่นคือลูกที่ตนเองคลอดออกมา “อัปลักษณ์ยิ่งนัก”
เย่อวี๋หรานใบ้กินอีกครั้ง “ทารกเกิดใหม่คนไหนไม่เป็นแบบนี้บ้าง?”
หลิ่วซื่อที่อยู่ข้าง ๆ อมยิ้ม “ล้วนเป็นเช่นนี้ มองไปเหมือนผ้าขี้ริ้ว แต่ผ่านไปหลายวันเดี๋ยวก็มีเนื้อมีหนังขึ้นมาแล้ว”
“งั้นหรือ ท่านแม่ ทำไมท่านไม่ใส่เสื้อผ้าให้เขาล่ะเจ้าคะ?” หลี่ซื่อกังขา
“รีบอะไร? เขาเพิ่งเกิด โลกใบนี้ยังคงแปลกหน้าสำหรับเขา จำเป็นต้องได้รับความรักจากมารดา อยู่กับเจ้าเขาจะได้รู้สึกมั่นคงปลอดภัย นอกจากนี้ พอเขาอิงอกเจ้าจนหนำใจแล้ว เขายังต้องเร่งน้ำนมให้เจ้าอีก”
หลี่ซื่อมีสีหน้าส