จะรอให้จนถึงตอนเกิดเรื่องก่อนค่อยบอกอย่างนั้นหรือ?”
เขาสะบัดมือหลี่ซื่อแล้ววิ่งออกไป
หลี่ซื่อทั้งโมโหทั้งร้อนใจ น้อยเนื้อต่ำใจเหลือประมาณ น้ำตาไหลพรากลงมาทันที “เจ้าดุข้า ข้าเจ็บจนขนาดนี้แล้ว เจ้ายังกล้าดุข้า…ฮือ ๆๆ…จูซุ่นกวง เจ้าบ้า!”
เย่อวี๋หรานเพิ่งตื่นนอน กำลังล้างหน้าบ้วนปากก็เห็นจูซื่อวิ่งหน้าตื่นมาหา “ท่านแม่ เกิดเรื่องแล้วขอรับ เมียข้าน่าจะคลอดแล้ว”
“ตั้งสติหน่อย ตอนนี้จะเกิดเรื่องอะไรได้ คิดว่าคงจะคลอดแล้วกระมัง” เย่อวี๋หรานล้างหน้าแล้วพูดว่า “จะคลอดก็ไม่เร็วปานนั้น โดยทั่วไปก็ปวดแปลบขึ้นมาก่อน ทิ้งช่วงปวดไปเรื่อย ๆ รอจนถึงตอนที่ความปวดถี่ขึ้นถึงจะเป็นเวลาคลอด…”
แต่นางก็หันไปบอกหลิ่วซื่อที่อยู่ข้างกายให้ไปต้มน้ำร้อนเตรียมเอาไว้
จากนั้นก็บอกหลิวซื่อไปเชิญหมอตำแยจากในหมู่บ้าน แล้วให้หลินซื่อตามตนเองไปดูอาการหลี่ซื่อที่ห้อง
จูซื่อเห็นว่ามารดาสั่งงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอนก็ตะลึงไปเล็กน้อย หมายความว่าภรรยาของเขาจะคลอดแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว?
เย่อวี๋หรานเข้าไปในห้องก็เห็นหลี่ซื่อร่ำไห้ด่าทอจูซื่อไม่หยุด
นางฟังเนื้อหาแล้วก็หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ “เลิกด่าได้แล้ว เจ้าสี่ร้อนใจแบบนั้นก็เพราะเป็นห่วงเจ้าไม่ใช่หรือไร? ถ้าเจ้านอนเจ็บอยู่บนเตียง ส่วนเขาเห็นแล้วแต่ไม่ใยดี นั่นถึงจะเรียกว่าเห็นคนใกล้ตายแล้วยังไม่ช่วย แบบนั้นเจ้าจึงสมควรร้องไห้”
หลี่ซื่อเห็นแม่สามีก็เกิดกลัวขึ้นมา รีบยอมรับคว