ดว่า “ต่อไปอย่าเรียกข้าแบบนี้อีก สามีของเจ้าจะเข้าใจผิดเอาได้”
ชื่อเต็มของจูซานคือจูซุ่นโหย่ว ‘โหยวโหย่ว’ เป็นคำที่จางเยียนเรียกเขาด้วยความสนิทสนม
ยามนั้นฟังแล้วหวานล้ำ แต่ยามนี้กลับกลายเป็นถ้อยคำเสียดแทงใจ
“สามีของข้าอะไรกัน? สามีข้าก็คือเจ้าไม่ใช่หรือ?” จางเยียนเงยหน้ามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“เจ้าถูกข้าหย่าไปแล้ว” แค่คิดถึงเรื่องนี้ จูซานก็มีโทสะ
เขาไม่เข้าใจว่าเขาผิดต่อจางเยียนตรงไหน นางจึงกล้าไปหาชายอื่นลับหลังเขา
ครอบครัวของเขายากจนก็จริง แต่ก็ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกจนถึงขั้นต้องเอาภรรยาไปให้คนอื่น ‘เช่า’
“โหยวโหย่ว…” น้ำตาของจางเยียนพลันไหลพราก “เจ้าทำกับข้าแบบนี้ได้อย่างไร? เด็กในท้องข้าคือลูกของเจ้านะ”
นางกล่าวพลางคว้ามือของจูซานไปวางไว้บนหน้าท้องของตนเอง
“เจ้าลองสัมผัสดูให้ดี เขาดิ้นได้แล้ว” จางเยียนเอ่ยทั้งน้ำตา “เจ้าไม่ต้องการข้าแล้วก็ได้ แต่เจ้าจะไม่สนใจกระทั่งลูกของตัวเองด้วยหรือ?”
จูซานตกตะลึง “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเด็กคนนี้เป็นลูกข้า? เจ้าเอาท้องตัวเองไปให้ผู้ชายคนอื่นเช่าแล้วนี่?”
“เขาเป็นแค่คนปัญญาอ่อน ยังจะทำอะไรข้าได้? ตอนที่ข้ารู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ข้ากลัวว่าท่านแม่จะไม่ยินดีถ้าข้าคลอดลูกชายจึงไม่กล้าพูด ประจวบกับตอนนั้นมีคนมาบอกข้าว่าจะเช่าครรภ์ของข้าโดยให้หมูหนึ่งตัวเป็นค่าตอบแทน ข้าเลย…ข้าเลยอดใจไม่ไหว ข้าคิดว่าอย่างไรเสียท่านแม่ก็ไม่ชอบเด็กในท้องข้าอยู่แล้ว เช่นน