ใช้กี่ฉื่อ? ผ้าขาวราคาฉื่อละสิบเหรียญรวมกับเงินหนึ่งเหรียญ ค่าย้อมสีผ้าก็แค่ฉื่อละสิบเอ็ดเหรียญเท่านั้น ถ้าเป็นผ้าสี อย่างน้อยก็ต้องใช้เงินสิบหกเหรียญ นั่นจึงจะเรียกว่าเปลืองเงินอย่างแท้จริง
นางให้ทุกคนลองคิดกันเอาเอง ถ้าว่ากันตามนี้ พวกเขาตัดชุดใหม่หนึ่งชุดประหยัดเงินไปได้ตั้งเท่าไหร่?
ถ้าตัดสามชุดสำหรับคนทั้งครอบครัว เมื่อเทียบกับผ้าสีแล้ว ส่วนต่างสามารถนำไปซื้อเนื้อได้มื้อหนึ่งเลยทีเดียว
“นี่ยังเรียกว่าแพง? เงินค่าย้อมผ้าสำหรับเสื้อผ้าหนึ่งชุดก็แค่ราคาไข่ไก่สองสามฟองเท่านั้น ถ้าย้อมสีผ้าสำหรับทั้งครอบครัวยังมีส่วนลดให้ ประหยัดกว่าพวกเจ้าซื้อผ้าสีมาเองแน่นอน”
หลี่ซื่อให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่
“ทำไมข้าได้ยินมาว่าถ้าเอาผ้าไปให้บ้านพวกเจ้าย้อมต้องจ่ายเท่าราคาที่ซื้อผ้าสีจากร้านขายผ้าเลยล่ะ?” มีคนเริ่มกังขา
หลี่ซื่อทอดถอนใจและกล่าวว่า “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? ใครจะไปรู้ว่าเจ้าได้ยินใครพูดมา”
นางไม่ได้พูดชื่อหญิงปากสว่างออกมาตรง ๆ แค่พูดว่าวันนี้มีคนแบกตะกร้าใบเขื่องมาที่เรือน เป็นตะกร้าแบบที่ใหญ่ที่สุดซึ่งทุกเรือนล้วนมีใช้กันนั่นแหละ อยากจะให้ช่วยย้อมสีผ้าโดยไม่ให้อะไรตอบแทน หนังหน้านับว่าหนายิ่งนัก ครอบครัวพวกนางย้อมสีผ้าต้องเตรียมสิ่งของมากมาย ต้องจุดไฟต้มน้ำ ต้มของต่าง ๆ นานา ยังต้องเอามาผึ่งให้แห้ง เตรียมการอยู่เกือบครึ่งเดือน ไม่รู้ว่าทำให้เสียเวลาทำงานอย่างอื่นใน