ำไมต้องมาหาเจ้าด้วย ข้าคงจะ…” ข้าคงทำการค้าเองแล้ว ยังจะต้องมาขอร้องเจ้าแบบนี้รึ? หญิงปากสว่างเกือบจะหลุดออกมาแล้ว “ข้าคงจะย้อมเองนานแล้ว ยังต้องมาหาเจ้ารึ? เจ้าก็เกินไปจริง ๆ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันมาตั้งหลายปี เจ้ามาเก็บเงินกันอย่างนี้ได้อย่างไร? พูดออกไปแล้วน่าเกลียดจะตาย”
นางพล่ามอะไรออกมามากมายก็เพราะอยากให้เย่อวี๋หรานไม่เก็บเงินนาง
เย่อวี๋หรานไม่สะทกสะท้าน นางกล่าวอย่างสงบนิ่ง “ถ้าแค่พับสองพับก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ผ้าของเจ้ามีมากเกินไป อีกทั้งยังไม่ได้มีแค่ของเจ้าคนเดียว มีแต่คนมาหาข้าเพื่อขอให้เสี่ยวเม่ยย้อมสีผ้าให้ คนตั้งเยอะขนาดนั้น ถ้าข้าไม่ป้องกันเอาไว้ เสี่ยวเม่ยบ้านข้าคงเหนื่อยตายพอดีน่ะสิ? แทนที่จะรอจนถึงตอนที่เสี่ยวเม่ยทำไม่ทันแล้วไปล่วงเกินคนอื่นเข้า ยังไม่สู้บอกให้ชัดเจนเสียแต่เนิ่น ๆ หนึ่งฉื่อคิดเงินหนึ่งเหรียญ คิดตามราคานี้จะได้ตัดปัญหา”
หญิงปากสว่างได้ยินว่าผ้าหนึ่งฉื่อคิดเงินหนึ่งเหรียญก็ปวดใจยิ่งนัก
นางเก็บคนอื่นมาเท่านี้เช่นกัน ผ้าทั้งตะกร้าอย่างน้อยก็หาค่าเนื้อได้หลายมื้อ หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์กลับดีนัก แค่อ้าปากก็เฉือนขั้วหัวใจนางไปแล้ว นี่จะเอาชีวิตกันเลยหรือ?
แต่ไม่ว่าหญิงปากสว่างจะพูดอย่างไร เย่อวี๋หรานก็ไม่ยอมอ่อนให้
หญิงปากสว่างโมโหยิ่งนัก นางชี้จมูกด่าเย่อวี๋หรานว่า “ในสายตาเจ้ามีแต่เงินใช่ไหม? คนบ้านเดียวกันแท้ ๆ ยังมาเก็บเงินได้ หน้าไม่อายจริง ๆ”
“ข้าพอ