ึงคิดว่า อีกเดี๋ยวก็จะถึงปีใหม่แล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็อยากจะทำชุดใหม่ให้เด็ก ๆ สักหน่อย”
เย่อวี๋หรานชำเลืองมองอีกฝ่าย เข้าใจเสียทีว่าเหตุใดครานี้ถึงเอาเงินมาให้เป็นนานแล้วยังไม่จากไป ที่แท้ก็เพื่อเรื่องนี้เอง
“ได้ ถ้าเจ้าซื้อผ้าแล้วก็เอามาส่งที่นี่ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าเสี่ยวเม่ยยังเด็กอยู่ ข้าไม่อาจรับประกันได้ว่าย้อมสีออกมาแล้วจะสวยงาม” เย่อวี๋หรานกล่าว
ภรรยาของจูถงฮว่าพูดขึ้นทันที “เรื่องนี้ไม่เป็นไรเลย อย่างไรเสียก็ให้เด็กใส่ อะไรก็ได้ ต้องขอบคุณท่านจริง ๆ จูต้าเหนียง”
“ไม่ต้องขอบคุณ คนหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น นอกจากนี้ก็ไม่ได้ทำงานให้เจ้าเปล่า ๆ เป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้ว”
ภรรยาของจูถงฮว่าได้คำตอบมาแล้ว ตอนที่ออกมาจากเรือนสกุลจูจึงมีสีหน้ายินดี
ภรรยาช่างจ้อของจูหย่งหนิงซึ่งเป็นเพื่อนบ้านเห็นเข้าก็ร้องทักพลางกวักมือเรียก
“อะไรหรือ? ท่านมีธุระกับข้า?” ภรรยาของจูถงฮว่าเดินเข้ามาหา
“เจ้ามาเรือนพวกเขาอีกแล้ว? มาส่งเงินล่ะสิ?” หญิงปากสว่างยืนถามอยู่ตรงประตูเรือน
ภรรยาของจูถงฮว่ามีสีหน้าเจื่อนลง “นี่เป็นเพราะ…จูต้าเหนียงเป็นคนดี ไม่ได้ให้พวกข้าจ่ายค่ารักษาของจูชีในคราวเดียว พวกข้าจึงสามารถทยอยจ่ายทีละน้อยได้”
ครอบครัวตนเองยังต้องเก็บเงินไว้กินข้าว ย่อมไม่อาจเอามามอบให้ทั้งหมดได้
ขอเพียงครอบครัวของพวกนางไม่ทำเกินไป จูต้าเหนียงก็ไม่ได้เอ่ยปากพูด ทำให้ภรรยาของจูถงฮว่าหายใจหายคอได้
หลังเก็