ม่ไล่เจ้าออกไปก็ดีเท่าไหร่แล้ว
ภรรยาของจูถงฮว่ากล่าวว่า “ข้าฟังมาว่าฐานะครอบครัวของทางนั้นก็ไม่นับเป็นอย่างไร จึงได้ปฏิเสธให้แล้ว พวกเขาคิดอะไรอยู่ข้าจะไม่รู้เชียวหรือ? คงจะคิดว่าจูปาเม่ยมีความสามารถ อาศัยว่านางยังเด็กอยู่ ยังไม่มีคู่หมั้นคู่หมาย ก็เลยคิดจะเอาเปรียบน่ะสิ”
เย่อวี๋หรานคิดไม่ถึงเลยว่าจูปาเม่ยที่ก่อนนี้ยังถูกคนรังเกียจอยู่เลย ตอนนี้กลับกลายเป็นที่หมายปองเสียแล้ว
เห็นทีนางจำเป็นต้อง ‘ล้างสมอง’ จูปาเม่ยสักหน่อย ไม่ให้เด็กคนนี้ถูกบุญคุณเล็กน้อย ‘หลอกลวง’ ไปอีก
“อืม เจ้าช่วยพูดแทนข้าหน่อยก็แล้วกันว่า เสี่ยวเม่ยบ้านข้าอายุไม่ครบสิบสาม ไม่เจรจางานมงคล” เย่อวี๋หรานอยากบอกว่าอายุครบสิบแปด แต่เมื่อพิจารณาถึงว่าในยุคสมัยนี้อายุสิบสามสิบสี่ก็แต่งงานได้แล้วจึงลดมาตรฐานลงมา
การลดมาตรฐานเช่นนี้ก็ลดแต่เพียงผิวเผิน รอจนถึงตอนที่ดูตัวกันจริงจัง ดีที่สุดคือรอให้จูปาเม่ยครบสิบแปดเสียก่อนค่อยแต่งงาน
หรือถ้าไม่ได้จริง ๆ สิบหกปีก็น่าจะได้กระมัง?
“คือว่า จูต้าเหนียง ผ้าขาวราคาถูกขนาดนั้น ถ้าจะให้เสี่ยวเม่ยช่วยย้อมสีผ้าให้หน่อยจะได้หรือไม่?” ภรรยาของจูถงฮว่ารีบเอ่ย “ท่านวางใจ จะต้องไม่ให้เสี่ยวเม่ยทำงานเปล่า ๆ แน่นอน สิ่งที่ควรให้พวกข้าย่อมให้แน่นอนอยู่แล้ว หลัก ๆ ก็คือครอบครัวพวกข้าไม่ได้ตัดชุดใหม่มานาน ทั้งยังต้องจ่ายค่ารักษาของจูชีให้บ้านเจ้าอยู่เรื่อย ๆ คือว่า…พวกข้าก็ไม่ได้มีเงินมากมาย จ