ี่ซื่อยิ้มแย้มกล่าวอยู่ข้าง ๆ
“เรื่องดีอะไร?” จูอู่ถาม
“ไปถามเมียเจ้า”
จูอู่หันไปถามหลินซื่อ
หลินซื่อมีรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้าพลางกล่าวว่า “ต่อจากนี้ไปครอบครัวเราจะมีการค้าที่ทำเงินได้เดือนละสิบสี่ตำลึงแล้ว”
“อะไรนะ?! สิบสี่ตำลึง?!” จูอู่เบิกตากว้าง ไม่กล้าเชื่อสิ่งที่ได้ยิน “เงินเยอะขนาดนี้? จริงหรือเปล่าเนี่ย?”
“จริงแท้แน่นอน” จากนั้นหลินซื่อจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องราวให้ฟังในทันที
จูต้า จูเอ้อร์ จูซาน และจูซื่อก็พลอยกางหูฟังไปด้วย
พวกเขาแต่ละคนล้วนเบิกตากว้าง แทบไม่อยากเชื่อ มารดาออกไปข้างนอกรอบเดียวก็หารายได้มาให้ครอบครัวเป็นกอบเป็นกำ
หรือมารดาของพวกเขาจะเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ซุกซ่อนอยู่ในเรือนกันนะ?
จูซานตาเป็นประกาย เขานึกถึงเรื่องที่มารดาเคยพูดไว้ว่าจะส่งจูชีเข้าสำนักศึกษา ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าเป็นไปไม่ค่อยได้ แต่ถ้าท่านแม่ ‘ยอดเยี่ยม’ เช่นนี้ต่อไป เงินค่าเล่าเรียนสิบหกตำลึงก็ดูไม่น่ากลัวถึงเพียงนั้นแล้ว
ฉับพลันนั้นก็รู้สึกว่าจิตใจพลันเบิกบานขึ้นมา อยากให้เรื่องนี้เป็นจริงในเร็ววัน
ครั้นขนของกลับมาและพักผ่อนสักครู่ เย่อวี๋หรานก็เริ่มแจกจ่ายผ้าให้แต่ละครอบครัวแล้วคิดบัญชีกับทุกคน จากนั้นก็แจ้งให้ทุกคนทราบว่าตนเองยืมกองกลางไปเป็นเงินจำนวนเท่าใด
แม้ว่ากองกลางจะมีเงินอยู่ แต่ก็ไม่ได้มากเท่าเงินในมือหลี่ซื่อ นางรับผิดชอบเรื่องการขาย กล่าวได้ว่าทุกครั้งที่ครอบครัวขายอะไรได้ นางก็จะม